หน้าแรก การเมือง ภาคประชาชน ร้...

ภาคประชาชน ร้อง ปชน. จี้ ครม.ใหม่ เร่งถกกม.คุ้มครองแรงงาน ไอติม ชี้ เหลือ 40 วัน รับรอง

1.04.26 | 11:54 น.

ภาคประชาชน ร้อง ปชน. จี้ ครม.ใหม่ เร่งถกกม.คุ้มครองแรงงาน ไอติม ชี้ เหลือ 40 วัน รับรอง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 เมษายน ที่รัฐสภา เครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานว่าด้วยสิทธิความเป็นมารดาของแรงงานหญิง ยื่นหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ขอให้พรรคประชาชนและรัฐบาล นำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับมีเวลาพักผ่อน และฉบับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเร่งด่วน โดยมีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นตัวแทนรับมอบ

ด้านนายบัณฑิต ป้อมวิเศษ เครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า กังวลว่าร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้งสองฉบับจะถูกหลงลืมและไม่ถูกหยิบยกมาเสนอในสภาฯ ซึ่งขณะนี้ยังค้างการพิจารณาในวาระ 1 และรอเข้าสู่วาระ 2 เพราะมีการยุบสภาไปก่อน โดยขอให้พรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.การแก้ไขกฎหมายแต่ละฉบับที่ผ่านกระบวนการขั้นตอนของฝ่ายบริหารและฝ้ายนิติบัญญัติ จนได้พิจารณาแล้วเสร็จในวาระที่ 1 เพื่อเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 มีการใช้งบประมาณในการแก้ไขกฎหมายที่ใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก

อีกทั้งใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยการพิจารณาแก้ไขในทุกภาคส่วน รวมถึงการใช้เวลาในการพิจารณาจนได้ร่างการศึกษา รายงานที่จะนำเสนอต่อไปในรัฐสภาวาระ 2 และ 3 เพื่ออกมาเป็นกฎหมายให้ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศได้ยกระดับ การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ในการเพิ่มประชากรที่มีคุณภาพบุคคลากรไปอนาคต อีกทั้งเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงานและการจ้างงานในอนาคต

นายบัณฑิต กล่าวต่อว่า 2.ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทั้ง 2 ฉบับ ถ้ามีการพิจารณาต่อและสามารถใช้ได้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานและประชาชนโดยรวมให้มีมาตราฐานที่สากลปฏิบัติและยอมรับในการทำงานและการพัฒนาประเทศที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาคน เศรษฐกิจ และสังคม ความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ

Advertisement

ด้านนายเซีย กล่าวว่า เราเห็นเจตจำนงของประชาชนคนทำงานว่ามีความตั้งใจอยากผลักดันประเด็นการแก้ปัญหาของคนทำงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเสนอกฎหมายคุ้มครองแรงงานหลายฉบับ สิ่งสำคัญคือมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ค้างอยู่ในสภาฯ จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่พวกเราตั้งใจผลักดันให้ออกมาบังคับใช้เพื่อประโยชน์กับแรงงาน แต่มีเหตุให้ยุบสภาเสียก่อน ภาคประชาชนจึงแถลงจุดยืนว่าอยากให้ ครม.และรัฐบาลนำกฎหมายทั้ง 2 ฉบับมาพิจารณาต่อในวาระ 2 และ 3

ขณะที่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนเห็นว่าเศรษฐกิจจะเป็นธรรมได้ก็ต่อเมื่อมีการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงาน เศรษฐกิจจะเป็นธรรมได้ก็ต่อเมื่อรัฐมีการออกแบบกลไกและมาตรการรองรับแรงงานทุกคนทั่วประเทศ เมื่อเศรษฐกิจเผชิญกับวิกฤต เราเห็นด้วยว่าเศรษฐกิจที่เป็นธรรมจะต้องเป็นเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสสนับสนุนแรงงานทุกประเภทอย่างเสมอภาค ที่ผ่านมาภาคประชาชนพยายามใช้กลไกสภาฯ อย่างเต็มที่ในการผลักดันวาระคุ้มครองสิทธิแรงงานมีกฎหมายบางฉบับที่เสนอและผลักดันได้สำเร็จในสภาฯ ที่แล้ว เช่น การขยายสิทธิ์ลาคลอด กฎหมายบางฉบับค้างอยู่ในสภาฯ และกฎหมายบางฉบับได้เสนอกลับเข้าไปใหม่

นายพริษฐ​์ กล่าวต่อว่า กฎหมายทุกฉบับที่ค้างจากสภาฯ ชุดที่แล้วยังไม่ได้ตกไปทันที จะไปต่อได้โดยไม่เริ่มใหม่ทั้งหมด ครม.ใหม่ จะต้องมีมติภายใน 60 วันหลังจากที่มีการเปิดประชุมสภาฯ ครั้งแรก หรือภายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้กฎหมายที่ค้างอยู่ได้ไปต่อตามกระบวนการของสภาฯ จึงเรียกร้องไปยัง ครม.ใหม่ เรามีเวลาอยู่ 40 กว่าวัน ขอให้ตัดสินใจว่าจะมีมติรับรองให้กฎหมายฉบับไหนได้ไปต่อบ้าง โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เพราะนอกเหนือจากกฎหมายแรงงาน 2 ฉบับแล้ว ยังมีกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่อยากให้ไปต่อเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่จะเพิ่มเครื่องมือและกลไกให้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบกับภาคเหนือ

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า มีกฎหมายหลายฉบับมากที่รอการตัดสินใจจาก ครม.ว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ จึงขอให้เร่งตัดสินใจทำให้กฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและกฎหมายแรงงาน 2 ฉบับได้ไปต่อ อำนาจเรื่องนี้เป็นอำนาจที่ ครม.วันนี้เป็นวันแรกหลังโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.จึงขอเรียกร้องให้เร่งตัดสินใจเกี่ยวกับกฎหมายทุกฉบับที่ค้างอยู่ ครม.มีเวลาอีก 40 กว่าวัน หากยังไม่ได้รับความชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้ เราคงจะมีการทวงถามเรื่อย ๆ เพื่อทำให้ไม่เลยกรอบระยะเวลา

เมื่อถามว่า จะขอให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานผู้แทนราษฎร ช่วยหารือกับรัฐบาลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตามกฎหมายขั้นตอนกฎหมาย ครม.ต้องมีมติ ตนเองจึงขอเรียกร้องไปยังประธานสภาฯ สส.ทุกพรรคทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านให้ร่วมกันเรียกร้องรัฐบาลในเรื่องนี้ เพราะกฎหมายหลายฉบับที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน สภาฯ ชุดที่แล้วก็ใช้เวลาพอสมควรในการพิจารณา มองว่าจะเป็นการสูญเสียโอกาสเรื่องเวลา หากต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด