‘อนุทิน’ ไม่หวั่นหากฝ่ายค้านใช้เวทีแถลงนโยบายซักฟอก ยกคำวิจารณ์เป็นมงคล พร้อมรับฟังไม่ดื้อ ย้ำคนละครึ่งต้องพลัสมากกว่าเดิม ชี้ใช้เติมน้ำมันได้หรือไม่ต้องไปดูข้อกฎหมาย
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 เมษายน ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะมุ่งแก้เรื่องใดให้กับประชาชนเป็นอันดับแรกว่า การเตรียมร่างแถลงของรัฐบาลในขณะนี้ เหลืออีกเพียงนิดหน่อย คาดว่าจะส่งให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาได้ในต้นสัปดาห์หน้า ส่วนระยะเวลาในการประชุมขึ้นอยู่กับวิปที่จะต้องไปตกลงกัน
เมื่อถามว่าการยกเลิก MOU 44 จะอยู่ในคำแถลงนโยบายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อยู่ในคำแถลงของนโยบายต่อรัฐสภา ส่วน MOU 43 ยังต้องพิจารณาอยู่ และตนก็พูดว่ายกเลิกแค่ MOU 44 เท่านั้น
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะใช้เวทีแถลงนโยบายเป็นการซ้อมซักฟอก นายอนุทินกล่าวว่า ตนผ่านตรงนี้มาหลายครั้งแล้ว และไม่ว่าจะเป็นการซักฟอกหรือการวิพากษ์วิจารณ์ การเสนอความเห็น การแนะแนวทางเป็นมงคลกับตนทั้งนั้น เพราะในคำวิพากษ์วิจารณ์ก็จะมีคำแนะนำที่ดีๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีใครสงวนสิทธิที่จะให้ตนนำไปใช้ ตนรับฟังและไม่ดื้อ
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีทีมองครักษ์ในการป้องกันฝ่ายค้านมุ่งเน้นโจมตีรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องตรงไปตรงมา เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลอยู่แล้วที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และมองว่า พวกเขาทำเพื่อประชาชน อย่าไปมองว่าเขาเป็นใคร เป็นนาย ก.หรือนาย ข. แต่พวกเขาคือผู้แทนของประชาชน เขาจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็เป็นคนที่ประชาชนเลือกเขามา ตนต้องมองประชาชนทั้ง 75 ล้านคนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เฉพาะคนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยมา ที่จะดูแลเท่านั้น แบบนี้ก็ไม่ใช่
เมื่อถามว่าไม่กังวลว่าจะมีเกมตัดขาในสภาใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สิ่งที่ตนกังวลอยู่ คือปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่จะให้มันจบหมดสิ้นไปโดยเร็ว
เมื่อถามว่าสำหรับนโยบายคนละครึ่ง ที่มีแนวคิดว่าจะจ่ายเดือนละ 200 บาทเป็นระยะเวลา 10 เดือน หรือจะจ่ายเป็นก้อน นายอนุทินกล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ต้องทำ และเป็นเรื่องที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลังเสนอขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ต้องใช้คำว่าหลายพลัส โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสถานการณ์น้ำมัน จึงต้องพลัสขึ้นไปอีก เพื่อให้ประชาชนได้มีอะไรมาทดแทน ทั้งนี้ ทุกคนรับนโยบายไปดำเนินการ ซึ่งนโยบายแต่ละประเภท รัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงก็จะมีส่วนร่วมในการยกร่างและโครงขึ้นมา ส่วนตนในฐานะนายกฯก็จะมีเพิ่มและปรับปรุงเข้าไป แต่ก็จะไม่ได้ตัดทอนอะไร
เมื่อถามว่าโครงการคนละครึ่งจะสามารถใช้เติมน้ำมันได้หรือไม่ นายกฯอนุทินกล่าวว่า อย่าเพิ่งถามถึงขนาดนั้น ขอให้มีคนนำเสนอขึ้นมาก่อน เพราะบางอย่างถูกจำกัดด้วยข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้
เมื่อถามว่าจะต้องกู้เงินเพื่อมาดำเนินโครงการหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ต้องนึกถึงประชาชนก่อน ส่วนหน้าที่ในการแสวงหาทรัพยากร และหน้าที่ในการบริหารทรัพยากร เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาให้ครบถ้วนว่าสามารถดำเนินการได้ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ

