ศูนย์ทนายความมุสลิม ออกแถลงการณ์ ขอสภาฯตั้งกมธ.ไต่สวนอิสระ ลอบยิงกมลศักดิ์ คัดค้านใช้ กม.พิเศษคุมตัว-ซักถาม หวั่นละเมิดสิทธิ ขอสืบสวนหาตัวผู้บงการ ให้ได้มากกว่ามือปืน
เมื่อวันที่ 1 เมษายน Muslim attorney centre ศูนย์ทนายความมุสลิม แถลงการณ์ศูนย์ทนายความมุสลิม (MAC) เรื่อง กรณีการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จากเหตุการณ์ความรุนแรงกรณีคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ อดีตกรรมการศูนย์ทนายความมุสลิม และประธานศูนย์ทนายความมุสลิม ประจำสำนักงานจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นผู้ทุ่มเททำงานเพื่อความยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด นั้น
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกผู้แทนราษฎร บุคลากรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนบรรยากาศแห่งสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ความคืบหน้าทางคดี ปรากฏทางสื่อมวลชนทุกแขนงที่เสนอต่อสาธารณะ ขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา (บางสำนักข่าวใช้คำว่าผู้ต้องสงสัย) ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามคดีนี้ยังคงมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามผู้ที่ร่วมกระทำความผิดและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป ศูนย์ทนายความมุสลิมเห็นว่าการขยายผลอย่างรอบด้านและโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดความกระจ่างครบถ้วนในทุกมิติของคดี
ศูนย์ทนายความมุสลิม เป็นองค์กรที่ทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นบุคลากรสำคัญที่ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านความยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง จึงขอแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
- การจัดตั้งกลไกไต่สวนข้อเท็จจริงอิสระ (Independent Fact-Finding Mission) : ศูนย์ทนายความมุสลิมขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงอิสระ และให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนที่เป็นกลาง เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจและการเชื่อมโยงของกลุ่มอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง โดยการไต่สวนนี้ต้องเป็นอิสระจากการแทรกแซงของหน่วยงานความมั่นคง ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมสูงสุด
- การยึดถือกระบวนการยุติธรรมทางอาญากระแสหลัก (Standard Criminal Procedure) : จากการเสนอข่าวของสื่อมวลทราบว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยตามหมายจับอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ศูนย์ทนายความมุสลิมขอคัดค้านการนำตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎอัยการศึก) เนื่องจากกฎหมายพิเศษดังกล่าวมีกระบวนการ “ซักถาม” ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมักนำไปสู่ข้อกังขาเรื่องการซักถามในสถานที่ไม่เปิดเผยและการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ศูนย์ทนายความมุสลิมจึงขอให้พนักงานสอบสวนที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเคร่งครัดเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ใช้ในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยดังกล่าวเพียงพอที่จะดำเนินคดีอาญาปกติ ประกอบกับผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ เพื่อประกันสิทธิ์ในการเข้าถึงทนายความและการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม (Fair Trial)
- การสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาตัวผู้บงการและเครือข่ายผู้สนับสนุน ศูนย์ทนายความมุสลิมขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ถึงตัว “ผู้ใช้จ้างวาน” และ “ผู้สนับสนุนการก่อเหตุ” เพื่อให้ได้ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ควรหยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ปฏิบัติการ (มือปืน) โดยต้องใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่อระบุตัวตนผู้บงการที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อมิให้เกิดวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด (Impunity) ขึ้นในพื้นที่
- มาตรการคุ้มครองความปลอดภัยแก่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและผู้แทนราษฎร ส่วนนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เคยทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นบุคลากรสำคัญที่ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านความยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง รัฐต้องมีมาตรการเชิงรุกในการคุ้มครองความปลอดภัยแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบและสะท้อนปัญหาของประชาชนได้โดยปราศจากความหวาดกลัวจากการข่มขู่คุกคามด้วยอาวุธ
ศูนย์ทนายความมุสลิมขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และครอบครัว รวมทั้งผู้ติดตามที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ขอให้สุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายฟื้นตัวโดยเร็ววัน เพื่อให้สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป
ศูนย์ทนายความมุสลิมจะติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยตั้งคณะทำงานในการติดตามจนกว่าความจริงจะปรากฏ และผู้กระทำความผิดทั้งหมดจะได้รับโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม และส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภายใต้ต่อไป
ศูนย์ทนายความมุสลิม (MAC)
วันที่ 1 เมษายน 2569



