“นายกฯ” เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ผนึกกำลังเอกชน หั่นราคาสินค้า House Brand และ Second-tier ลดกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง หวังลดภาระค่าครองชีพประชาชน พร้อมประกาศ ลั่น “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ในยามวิกฤต
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 1 เมษายน ที่ตึกสันติไมตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยนายกฯกล่าวว่า ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และดีใจที่ได้มาเป็นประธานในพิธี “ไทยช่วยไทย” ลดภาระค่าครองชีพ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที
เราทราบกันดีว่าสถานการณ์ความขัดแย้งการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อราคาพลังงาน ภาวะเศรษฐกิจ และค่าครองชีพของประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสภาวการณ์นี้ด้วย
นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าวที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน จึงได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยกระทรวงได้มุ่งเน้นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ผ่านความร่วมมือกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ที่สนับสนุนสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม และเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีราคาที่ถูกกว่าตามท้องตลาด เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน
นายกฯกล่าวว่า ตนต้องขอขอบพระคุณ รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีฯ และพี่น้องข้าราชการทุกคน ซึ่งทราบดีว่าทุกคนได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่ง ที่จะจัดหาสินค้าเหล่านี้ที่เป็นสินค้า House Brand (เฮาส์แบรนด์) และ Second-tier Brand (สินค้าแบรนด์รอง) ซึ่งเป็นสินค้าทางเลือกที่มีคุณภาพ ราคาสมเหตุสมผล ให้พี่น้องจับต้องได้ง่าย
โดยกระทรวงพาณิชย์ได้รับนโยบายรัฐบาลในการหาสินค้าที่ผู้ผลิตยินดีจะลดราคาต้นทุนค่าการตลาด เนื่องจากผู้ผลิตเหล่านี้ก็เป็นคนไทยด้วยกัน รับทราบถึงความเดือดร้อน และสถานการณ์ จึงมีจิตกุศลมาแบ่งเบาภาระให้กับพี่น้องประชาชนไทย ในขณะเดียวกันก็ทำให้สินค้า Second-tier แบรนด์เหล่านี้ได้ถูกแพร่กระจาย ไปยังผู้บริโภคในวงกว้าง และเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
นายกฯกล่าวต่อว่า วันนี้ยาสีฟันตนหมดพอดี ก็เตรียมมาซื้อในงานวันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งสินค้าต่างๆ ก็ช่วยพี่น้องประหยัดเงิน นี่คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ช่วยประชาชนประหยัดเงิน เราได้ทำงานกันอย่างใกล้ชิด และได้เห็นถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นที่จะลดภาระให้พี่น้องประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนพูดไปก็ตรงกับสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมมา ซึ่งแปลว่าเราเข้าใจตรงกัน ไม่ใช่แค่การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่คือการเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสินค้าทั่วไปรัฐบาลก็จะยังคงเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่เรามีตามกฎหมายอย่างเหมาะสม เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยไม่เคยทิ้งกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก หรือมีภัย สะท้อนให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคี ช่วยเหลือกันระหว่างคนไทยด้วยกันเอง โครงการ “ไทยช่วยไทย” เป็นโครงการที่อธิบายในตัวเองแล้วว่า ไทยไม่ต้องพึ่งพาใคร เราต้องช่วยเพื่อนร่วมชาติของเราทุกคน ด้วยความเต็มใจ และความรักความสามัคคีกัน
นายกฯกล่าวอีกว่า สมัยที่ตนเป็นเด็ก มีเพลงอยู่ท่อนหนึ่ง “ถ้าไทยไม่ช่วยไทย แล้วใครจะมาช่วยเรา” และจบด้วย “ไทยเพื่อไทย อุดหนุนไทย ไทยพวกเรา” ซึ่งคนแต่งมาจากอนาคต ในสมัย 30-40 ปีก่อน เป็นเพลงที่ ฟังแล้วมันติดอยู่ในมโนสำนึก ฟังแล้วถือว่าวลีนี้เป็นสิ่งที่เราควรดำเนินต่อไป เป็นสิ่งที่เป็นสัจธรรม และเป็นสิ่งที่พวกเราพึงปฏิบัติ ไม่เฉพาะแค่ในช่วงข้าวยากหมากแพง หรือในยามที่มีวิกฤต แต่ในยามปกติเราต้องรักกัน เราต้องช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน รักกันสามัคคีกัน เพื่อเป้าหมายอยากให้ประเทศไทยมีสถานะบนเวทีโลก ประชาชนอยู่ดีมีสุข ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ใช่เรื่องยาก

