เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติย้ายนายชาญเชาวน์ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าตนได้มีการพูดคุยกับนายชาญเชาวน์ก่อนที่นายชาญเชาวน์จะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญกรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย อย่างที่ตนเรียนไว้ว่ากระทรวงยุติธรรมกับสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยกันมาตลอด เรื่องของงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรมต้องทำร่วมกัน ซึ่งมีอย่างน้อย 4 เรื่องที่ต้องทำร่วมกัน
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเรื่องแรก คือ 1.กระบวนการยุติธรรม 2.การปฏิรูปกฎหมาย 3.การปฏิรูปตำรวจ และ 4.การขับเคลื่อนการอำนวยความยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่คุยกันมาตลอดว่าสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรมจะทำร่วมกันอย่างไร โดยเห็นตรงกันว่าทางสำนักนายกรัฐมนตรีอยากได้นายชาญเชาวน์ไปช่วยงานเหล่านี้ อีกทั้ง สำนักนายกรัฐมนตรีอยากกระทรวงยุติธรรมยกระดับเรื่องการขับเคลื่อนงานด้านการอำนวยความยุติธรรม จงนำมาซึ่งการสับเปลี่ยนในครั้งนี้ โดยขอย้ำว่าตนได้มีการพูดคุยกับนายชาญเชาวน์มาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งนายชาญเชาวน์ก็ยินดี และเข้าอกเข้าใจกันดี ไม่มีปัญหาอะไร
นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเลิกจ้างชั่วลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมกว่า 2,000 รายนั้น เรื่องนี้เป็นปัญหาของการบริหารและสามารถแก้ไขได้ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายนายชาญเชาวน์แต่อย่างใด แต่ปัญหาคือทำอย่างไรจึงจะขับเคลื่อนงานของกระทรวงยุติธรรมได้ และจะทำอย่างไรให้งานปฏิรูปมันเชื่อมต่อกับสำนักนายกรัฐมนตรีสามารถขับเคลื่อนได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของการปฏิรูปตำรวจที่สำนักงานกิจการยุติธรรม (สกธ.) กระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้จะดำเนินการอย่างไรต่อไป รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม ครม.แล้ว ว่าให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปดำเนินการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ตามรัฐธรรมนูญเลย ซึ่งนายวิษณุก็นำนายชาญเชาวน์ไปอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย ส่วนของกระทรวงยุติธรรมก็ใกล้จะมีการหารือถึงแนวทางการปฏิรูปเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยจะมีการเอาผลมาศึกษาและหารือกับตำรวจเพิ่มเติม ก่อนนำเสนอให้นายวิษณุต่อไป ทั้งนี้ ตนมองว่ามันจะมีความเห็นที่หลากหลายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การโยกย้ายนายชาญเชาวน์ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในส่วนที่ต่างๆที่ล่าช้า แต่ตนได้มีการพูดคุยกันเป็นระยะ และขอเรียนว่านายชาญเชาวน์เป็นคนที่มีความรู้และจะทำงานร่วมกันต่อไป

