หน้าแรก การเมือง อนุทิน ยันหาท...

อนุทิน ยันหาทุกทางช่วยลดภาระปชช. ลั่นไม่มีใครในรบ. มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากวิกฤตพลังงาน 

2.04.26 | 14:46 น.

‘อนุทิน’ ยืนยัน หาทุกช่องทางช่วยลดภาระประชาชน ลั่น ไม่มีใครในรัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากวิกฤตพลังงาน อัดขบวนการลักลอบขายน้ำมันให้กัมพูชา ‘เลว’ บอก ไม่ต้องให้กำลังใจ ‘พิพัฒน์’ มาถึงสถานะนี้ได้ต้องทำงานอย่างเดียว ป้อง ‘โบว์ ณัฏฐา’ แจงตามข้อมูล ศบก. ไม่ได้คิดเอง

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 2 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ว่า ขณะนี้อยู่ที่การนำเสนอของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ซึ่งรัฐบาลพยายามหาทุกช่องทางที่จะลดภาระของประชาชน ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจว่าจะดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน เนื่องจากมีหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยด้านราคาน้ำมัน ที่พอถูกกว่ามาเลเซียในระดับหนึ่งจะเกิดการกักตุนและมีการนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น ดังนั้นต้องหาจุดสมดุลที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีการออกพระราชกำหนดกู้เงินหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลจะใช้ทุกวิถีทาง แต่ต้องดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง รายได้รัฐ สวัสดิภาพ และค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ โดยมีเป้าหมายคือประชาชน ซึ่งต้องมั่นใจก่อนว่าที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุน หรืออุ้มธุรกิจ ฉะนั้นขอยืนยันว่าตนสำนึกอยู่เสมอว่าที่มาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่าจะเห็นคนอื่นดีกว่าประชาชน ไม่มีทางที่จะคิดปกป้องคนไหนก็ตามมากกว่าคนที่เลือกตนมา ตรงนี้ต้องขอพูดให้ชัดก่อน ไม่เช่นนั้นจะมีคนพูดเยอะแยะไปหมด เอาไปโพสต์ทำให้เกิดความสับสนในกระแสสื่อต่างๆ ขอย้ำว่าเราสำนึกเป็นอย่างดี ว่ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรา และให้ความไว้วางใจเรามา จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ตนจะเห็นใครดีกว่าประชาชน

เมื่อถามถึงกรณีการจับกุมเรือที่อยู่ในกระบวนการลักลอบขนน้ำมันไปขายยังกัมพูชานั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้เราตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุนที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา และลักลอบนำออกไปขาย ซึ่งก็มีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มีอยู่เยอะ ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านความมั่นคงก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงขอยืนยันว่าเราจะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าคนเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการลักลอบขายน้ำมันให้กัมพูชารู้ตัวหรือไม่ว่าเป็นใคร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแล้ว เพื่อปราบปรามดำเนินคดี เมื่อถามย้ำว่า พอจะเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ว่าเป็นใคร นายอนุทินกล่าวว่า มีเป็นในรูปบริษัท ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ (2 เม.ย.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะมารายงานให้ตนทราบ ซึ่งทราบว่า ขณะนี้มีการสนธิกำลังระหว่างตำรวจและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) รวมถึงทหารในการทำงานร่วมกัน

เมื่อถามว่า การลักลอบนำน้ำมันไปขายต่อที่กัมพูชาถือว่าเป็นข้อหาหนักหรือไม่ นายกรัฐมนตรีหันมาตอบเพียงว่า “ก็เลวครับ” ส่วนเรียกว่าขายชาติได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีพยักหน้ารับ ก่อนกล่าวต่อถึงปริมาณที่ลักลอบออกไป ว่า ต้องขอดูก่อน และต้องใช้เวลา เพราะตัวเลขที่มาแต่ละที่ต้องมานั่งปรับจูนกัน เพื่อให้ตัวเลขเหมือนกันให้ได้ ก่อนที่จะไปดำเนินการ ซึ่งตนไม่ได้ฟังจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เดี๋ยวตัดสินใจผิดพลาด

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้โลกโซเชียลตำหนินายกรัฐมนตรีค่อนข้างเยอะจะบริหารความรู้สึกอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนรับฟังหมด บางคนก็ให้ข้อคิดให้แนวทาง ตนก็ฟังก็อ่านดู เราเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นคนสาธารณะ เปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ได้

เมื่อถามว่า ไม่เครียดใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุเพียงว่า ก็ต้องบริหารให้ได้ จะบอกว่าอ่านแล้วยิ้มไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หรอก แต่ที่รู้สึกไม่ได้เพราะเป็นสิทธิของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่อย่างที่บอกว่าทุกคำวิพากษ์วิจารณ์จะมีข้อแนะนำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการให้กำลังใจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม อย่างไรบ้าง เนื่องจากขณะนี้กระแสโซเชียลไม่ให้ไปเติมน้ำมันปั๊มพีที นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก ทุกคนมาถึงสถานะนี้ได้ก็ต้องทำงานอย่างเดียว ถ้ามัวแต่ขอกำลังใจทำงานหน่อยก็เปลี่ยนดีกว่า ซึ่งไม่มีหรอก ไม่ต้องไปขอกำลังใจใคร ทำงานให้ถูกต้องอย่างเต็มที่ และทำงานเพื่อประชาชนก็ไม่ต้องไปขอกำลังใจจากใคร

เมื่อถามถึงการทำงานของ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. สอบผ่านหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อมูลที่สื่อสารกับประชาชน เป็นข้อมูลที่ได้จากการประชุม ศบก. ซึ่งการจะเป็นโฆษกไม่เกี่ยวข้องกับจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะเขาไม่ได้คิดเอง แต่เป็นข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก ศบก. ก็สื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ

ส่วนที่มีคนตำหนิเรื่องของการตอบคำถาม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ อย่างเมื่อเช้ามีแถลงจากทางสหรัฐ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน แม้เราจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ ก็ต้องมานั่งดูแลประโยชน์ของประเทศเราให้มากที่สุด พร้อมย้ำว่าจริงๆ ของบางอย่างต้องทำงานอย่างเดียวให้ผลงานเป็นที่พิสูจน์ ซึ่งบางอย่างก็บอกไม่ได้ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นข้อมูลและความลับทางราชการ แต่รับรองว่าทุกคนทำงานเต็มที่ และไม่มีใครในคณะรัฐมนตรีมีผลทับซ้อน จากสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ตนยืนยันจริงๆ ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มี จะไม่พูดถึงขนาดว่าถ้ามีจะไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มี ก็เลยไม่ต้องพูดคำอื่น

นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ นายพิพัฒน์จะมารายงานงานอื่นๆ ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์น้ำมันด้วย พร้อมยังกล่าวถึงกรณีที่เรียกเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้าช่วงเช้า ว่าเป็นการสรุปสถานการณ์ในภาคใต้ เนื่องจากพอเปลี่ยนรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนคณะเจรจาต่างๆ รวมถึงพูดคุยสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การรับมือผลกระทบต่างๆ และสถานะของประเทศไทยว่าต้องปฏิบัติอย่างไร จึงถือเป็นการรับทราบข้อมูล