หน้าแรก การเมือง ทวี แฉ รถก่อเ...

ทวี แฉ รถก่อเหตุยิงส.ส. เป็นของกอ.รมน. จี้นายกฯคลี่ข้อสงสัย กมลศักดิ์ ยันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

3.04.26 | 12:48 น.

ทวี แฉ รถก่อเหตุยิงส.ส. เป็นของกอ.รมน. จี้นายกฯคลี่ข้อสงสัย กมลศักดิ์ ยันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ร่วมแถลงความคืบหน้าคนร้ายใช้อาวุธสงครามเอ็ม 16 ยิงถล่มนายกมลศักดิ์ ล่าสุดออกหมายจับ 4 ราย เป็นอดีตนาวิกโยธิน และพบซากรถกระบะสีขาวที่ใช้ก่อเหตุถูกชำแหละ ว่า เหตุที่เกิดกับส.ส.กมลศักดิ์ มาถึงวันนี้ ทราบดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ จนมีข่าวปรากฎว่าใช้กฎหมายพิเศษ เอาตัวบุคคลมาหลายคน และออกหมายจับผู้ก่อเหตุ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่สบายใจคือรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ทราบว่าเป็นรถของทางราชการ โดยเฉพาะหลังจากกระทำผิดเอาไปชำแหละ ทิ้งน้ำ และหน่วยราชการหน่วยนั้นคือ กอ.รมน. ในฐานะที่นายกฯ ได้คุมกอ.รมน. โดยเฉพาะกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เลยต้องการขอความมั่นใจว่าทำไมถึงปล่อยรถให้เอาไปสังหารกมลศักดิ์

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ถ้ารัฐบาล และผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่ส่งสัญญาณให้เอาตัวคนผิด คนก็จะเคลือบแคลงสงสัย รวมทั้งการยิงเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งภาคใต้ ก็มีการใช้นิติวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ และการแก้ปัญหาภาคใต้ ก็ใช้กอ.รมน.เป็นหลัก เลยอยากให้ผู้ว่าฯ หรือผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่าทำไมรถคันดังกล่าวถูกนำมาใช้ก่อเหตุ และไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ถูกครอบงำในการทำงาน ก็เรียกร้องนายกฯ และผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 4 ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติให้ทำงานตรงไปตรงมา

ด้านนายกมลศักดิ์ กล่าวว่า การลอบยิงครั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องที่ถูกจับกุม หรือออกหมายจับ ไม่เคยรู้จักเป็นส่วนตัว ดังนั้นเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวตัดไปได้เลย ซึ่งก็อยากรู้มูลเหตุจูงใจว่าทำไมมีรถของราชการมาลอบยิงตน อีกทั้งการก่อเหตุใช้ M16 มาลงมือ 2 กระบอก เป็นปืนที่ไม่เคยก่อเหตุมาก่อนด้วย หวังเอาชีวิต แต่ก็ถูกเบี่ยงเบนประเด็นว่าพุ่งเป้าคนขับรถ ก็เห็นว่าหากต้องการเช่นนั้น ก็ไม่ต้องติดตามมาตั้งแต่หาดใหญ่

Advertisement

ขณะที่พรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ ว่า ด้วยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 01:05 น. โดยประมาณ จากกรณีมีคนร้ายลอบยิงรถยนต์ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ บริเวณหน้าบ้าน ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ขณะเดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ หลังจากการประชุมสภาฯ ส่งผลให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับรถ และด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตามถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ได้นอนรับการรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาส ตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนแล้วนั้น

จากการตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนจำนวน 30 ปลอก และการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามาจากอาวุธปืน M16 จำนวน 2 กระบอกและได้ภาพรถก่อเหตุเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตูสีขาว

จากการรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้น ทั้งภาพถ่ายที่ได้จากกล้องด้านหน้ารถ และการติดต่อสื่อสารช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุจาก จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เจ้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 รวม 2 คน เป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน ชื่อนายสมพร ลังเดช และนายยศกร ลังเดช ต่อมามีการขยายผล ไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน คดีได้เพิ่มขึ้น กล่าวคือเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ชุดคลี่คลายคดีได้ส่งกำลังรวมกับหน่วยเก็บกู้ และตรวจสอบวัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนราธิวาสเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด บ้านบาวง ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ นราธิวาส เป็นชำแหละชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ และอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนนี้

จากพฤติการณ์การก่อเหตุถือเป็นการกระทำเป็นกระบวนการแบ่งหน้าที่กันทำ นับเป็นการกระทำที่ร้ายแรง และสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

จากพฤติการณ์การก่อเหตุถือเป็นการกระทำเป็นกระบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการตรวจสอบความเชื่อมโยง อาจมีผู้บงการใช้จ้างวานให้ก่อเหตุในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังคงมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะต้องสืบสวนสอบสวน วิธีร่วมกระทำความผิด และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป พรรคประชาชาติเห็นว่า ควรรีบดำเนินการ ดังนี้

1.เนื่องจากคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแถลงความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง

2.ในเบื้องต้น หากพบพยานหลักฐานความเชื่อมโยงกับบุคคลใดที่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะระดับใดหรือหน่วยงานใด ให้รีบดำเนินการเรียกมาสอบในฐานะพยานหรือผู้ต้องสงสัย

3.ที่มาของรถยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ให้ดำเนินการเรียกมาสอบปากคำเพื่อขยายผลโดยเร็ว

4.การสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาตัวผู้บงการและเครือข่ายผู้สนับสนุน การสืบสวนเพื่อให้ถึงตัว ผู้ใช้จ้างวาน และผู้สนับสนุนการก่อเหตุ ไม่ได้ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ควรหยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ปฏิบัติการโดยใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่อระบุตัวตนผู้บงการที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ใดก็ตาม

[ข้อเสนอมาตรการความปลอดภัย จชต]

​​1. นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ใหญ่ ดูแล กอ.รมน.ภาค 4 สน. มีหน้าที่ควบคุมการบริหารงานภาพรวม ติดตามสถานการณ์ และสั่งการหน่วยงานรัฐเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคง มาถึงวันนี้ สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรต้องลงพื้นที่ รับฟัง ตรวจสอบสถานการณ์จริง เพื่อทบทวน สั่งการดำเนินการด้นคดี ทุกคดีอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด

​​2.ทบทวนโครงสร้าง อัตรากำลังพล กอ.รมน.ระดับภาค ให้รัดกุม เน้นการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนมากขึ้น

​​3.นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้กำกับดูแล ศอ.บต. ต้องสั่งการ ทบทวน อำนาจหน้าที่ ศอ.บต. ให้มีบทบาทในการอำนวยความเป็นธรรม ด้านคดี และการติดตามเร่งรัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรายงาน เสนอแนะ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่้เข้มแข็ง ผ่านสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. (ในอดีต สภาที่ปรึกษาเคยตั้งคณะ กก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง)

​​4.เนื่องจากสถานการณ์ในความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ มีการก่อเหตุ มีความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับ ศอ.บต.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ศอ.บต. หรือ หน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม ติดตาม เร่งรัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงในแต่ละคดี เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกกรณี ไม่เฉพาะแต่กรณีการก่อเหตุลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร