รอมฎอน บี้นายกฯ ในฐานะผอ.กอ.รมน. เคลียร์คดียิงส.ส.กมลศักดิ์ หลังข้อมูลชัด ใช้รถในสังกัดก่อเหตุ ยันกระทบความรู้สึกในพื้นที่ สร้างความตึงเครียดต่อสันติภาพชายแดนใต้
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ รถยนต์ กอ.รมน.ในเหตุลอบยิง สส.!?: นายกฯ อนุทิน ในฐานะ ผอ.รมน. ต้องเร่งให้ความกระจ่าง ] โดยมีเนื้อหาดังนี้
คำแถลงล่าสุดของเพื่อน ส.ส.พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่ารถยนต์ของผู้ก่อเหตุกราดยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และผู้ติดตามนั้นเป็นรถยนต์ของ กอ.รมน. หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบถึงอู่ผ่าซากรถที่ชายแดนตากใบ (ต้องขอชื่นชมการทำงานจริงๆ) ผมคิดว่าข้อมูลใหม่นี้เป็นเรื่องร้ายแรงมากและก่อให้เกิดคำถามตามมามากมาย ข้อเท็จจริงนี้เชื่อมโยงกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ ซึ่งสัมพันธ์กับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แม้ว่าจะมีสถานะเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ แต่อดคิดไม่ได้ว่าการก่อเหตุที่อุกอาจเช่นนี้จะได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐด้วยหรือไม่?
เหตุการณ์นี้กระทบต่อความรู้สึกของผู้คนในพื้นที่จำนวนมาก ข้อเท็จจริงที่ค่อยๆ เปิดเผยออกมาทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย และไม่เชื่อมั่นในอำนาจรัฐมากยิ่งขึ้น เพราะหากนักการเมืองที่พวกเขาเพิ่งเลือกตั้งกันมาเมื่อไม่นานมานี้ตกเป็นเป้าเช่นนี้แล้ว คนทั่วไปจะคาดหวังความปลอดภัยได้อย่างไร การลอบสังหาร ส.ส.ไม่ได้หมายพุ่งเป้าการคุกคามชีวิตของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ด้วยว่าแนวทางการเมืองและแนวทางสันติวิธีเองก็กำลังถูกคุกคาม
ไม่นับว่า ก่อนเกิดเหตุเพียง 12 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น เขายังทำหน้าที่ในสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายอนุทินเป็น นายกรัฐมนตรี
ส.ส.กมลศักดิ์ ก็เหมือนกับ ส.ส.คนอื่นๆ กล่าวคือเป็นหนึ่งในผู้แทนของประชาชนที่ทำหน้าที่ พูดแทนประชาชน ในสภาผู้แทนราษฎร งานนี้ถือเป็นงานอันศักดิ์สิทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นตัวกลางในการนำเรื่องราวต่างๆ ของประชาชนไปสะท้อนให้ผู้มีอำนาจ ทำหน้าที่บัญญัติกฎเกณฑ์และกติกาของบ้านเมือง สภาฯจึงเป็นพื้นที่การเมืองที่ควรต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย หากคนที่ทำหน้าที่เช่นนี้ต้องเสี่ยงภัยอันตราย แล้วประชาชนจะคาดหวังอะไรได้จากระบบการเมืองของเรา
ผมและเพื่อนในพรรคประชาชนติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยและความยุติธรรม เรายังคงสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อคลี่คลายปมปัญหาทั้งในคดีนี้และกรณีอื่นๆ และพร้อมจะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับเพื่อนสมาชิกในพรรคอื่นเพื่อติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดต่อไปครับ

