‘ส.ว.พรเพิ่ม’ ประธาน กมธ.พลังงาน ชี้ช่องกู้เรตติ้งรัฐบาล หลัง ‘นิด้าโพล’ สะท้อนศรัทธาวิกฤต จี้เชือด ‘ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน’ เลิกคุ้มครองสิทธิคนผิด มองกฎหมายอ่อน-เงินปิดปากทำลอยนวล
เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายพรเพิ่ม ทองศรี ส.ว. ในฐานะประธานกรรมาธิการพลังงาน วุฒิสภา กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำมันในประเทศไทยว่า เป็นปัญหาที่จะยืดเยื้อต่อไปอีกนาน ถึงแม้ว่าสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลจะรวบรัดเรื่องการทำสงคราม แต่ผลกระทบจากบ่อน้ำมัน คลังน้ำมัน การขนส่งน้ำมันและก๊าซจะใช้เวลาหลายปีในการที่จะกลับไปไว้เหมือนเดิม ดังนั้น มาตรการการประหยัดการใช้ต้องเริ่มเข้มงวดเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าพูดกันไปลอยๆ ที่จริงเราจะต้องมีมาตรการให้ประชาชนประหยัด เช่น การทำ Carpool หากรถที่จะเข้ากรุงเทพฯ นั่ง 2 คนแทนที่จะเป็นคนเดียว จะช่วยลดปริมาณรถได้ถึง 30% ช่วยทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและลดปัญหารถติด
ส่วนการปรับมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี นายพรเพิ่มกล่าวว่า แม้รถอีวีจะสำคัญ แต่ต้องเข้าใจว่าไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จ 60-70% มาจาก LNG หากไม่ประหยัดการใช้ไฟฟ้า ปัญหาเรื่องพลังงานก็ยังคงอยู่ และเราก็ซื้อก๊าซมาจากการ์ตาด้วย
นายพรเพิ่มระบุว่า ถ้าพูดถึงว่าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน มองว่าในเรื่องกฎหมายและการลงโทษของเราไม่เข้มงวด เป็นลายลักษณ์อักษร เราไม่ได้ใช้การปฏิบัติ หรือใช้การปฏิบัติไปแล้ว เมื่อเจอตอก็ถอยกัน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด
“อยากให้การลงโทษคนพวกนี้ต้องลงโทษให้จริงจัง เพื่อจะได้เป็นตัวอย่าง และเปิดเผยมาเลย ไม่ต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตัวผู้ร้ายไปคุ้มครองเขาได้อย่างไร คนกระทำความผิด เราไม่เปิดหน้าเปิดตาไม่มีใครรู้เลย ที่จริงควรจะให้รู้ คนจะได้รู้จักและเตรียมตัว คนนี้ไม่ดีนะ ต้องลงโทษให้หนักนะ และการลงโทษอย่างหนึ่งที่ผมสังเกต เราลงโทษแบบว่าไม่เกิน สมมุติทำโทษ คนนี้ทำผิด ลงโทษไม่เกิน 10 ปี คำว่าไม่เกิน 10 ปี คือ 0-10 ปีใช่หรือไม่ โอกาสที่จะไม่ถูกลงโทษก็มีมาก การลงโทษแบบนี้ไอ้โม่งไม่กลัว เมื่อเขาทำอย่างนั้น แสดงว่าเขามีพาวเวอร์และมีเงิน เงินสามารถปิดได้ทุกอย่าง” นายพรเพิ่มกล่าว
นายพรเพิ่มกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังนั่งร่างการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลอยู่ มองว่ารัฐบาลก็พยายามอยู่ แต่ถ้าพยายามให้มากขึ้นก็อาจจะลุล่วงไปได้ แต่จะกลับไปเป็นอย่างเดิมไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราก็ควรจะมองไปข้างหน้าเรื่องพลังงาน ทางออกที่สำคัญคือ ประการแรก ขยะและพลาสติก ควรปลดล็อกข้อกำหนดเรื่องขยะเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า และใช้ระบบเปลี่ยนพลาสติกกลับมาเป็นน้ำมัน
ประการที่สอง รัฐบาลควรลงทุนและลดข้อจำกัดด้านเกษตรกรรมเพื่อนำชีวมวลมาใช้ประโยชน์ และประการที่สาม หากมีไฟฟ้าเหลือจากการผลิตด้วยโซลาร์เซลล์ ลม หรือน้ำ ให้นำมาผลิตไฮโดรเจนเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถบรรทุก รถไฟ และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้ไทยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างชาติ
ส่วนที่นิด้าโพลสำรวจความเห็นประชาชน พบว่ามีความเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลง นายพรเพิ่มกล่าวว่า กังวลแน่นอน ที่จริงเราควรจะให้โอกาสรัฐบาลบ้าง เพราะถ้าเกิดรัฐบาลทำอะไรตัดสินใจอะไรไปโดยที่ว่าไม่ได้ก้าวเข้ามา 100% อำนาจเต็มที่มันยังไม่มี เราต้องให้โอกาสทำงาน

