หน้าแรก การเมือง กัณวีร์ จี้ น...

กัณวีร์ จี้ นายกฯ ล่าตัวผู้บงการยิง สส.กมลศักดิ์ สร้างเชื่อมั่น รัฐไม่หนุนอาชญากรรมร้ายแรง

6.04.26 | 11:18 น.

กัณวีร์ จี้ นายกฯ ล่าตัวผู้บงการยิง สส.กมลศักดิ์ สร้างเชื่อมั่น รัฐไม่หนุนอาชญากรรมร้ายแรง

วันที่ 6 เม.ย.69 นายกัณวีร์ สืบแสง ประธานมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ กล่าวถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เชื่อว่าคนทั้งประเทศ ต้องการความสงบเกิดขึ้นภายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน แต่ยังมีคนที่อยู่นอกพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยสัมผัสกลิ่นอาย จชต.คงมีคำถามมากมาย

“ทำไมต้องแบ่งแยกดินแดน ไอ้พวก “โจร” มันฆ่าคน” “สถานการณ์สงบ งบไม่มา” “สส.BRN” นี่คือตัวอย่างเสียงในหัวของคนหลายคนที่มันดังออกมาให้ได้ยิน ขณะที่ไอ้คนที่อยู่ในพื้นที่ ก็นะ !! เร่งปฏิกิริยา IO กันสนุกมากมาย เปิดประเด็นให้คนนอกเข้าใจผิดอาทิ การแต่งกายมลายู ทำไมไม่เห็นเหมือนคนไทย แต่งตัวแตกต่าง ภาษาแตกต่าง มันคือพวกแบ่งแยก อยากรวมกับพวกมาเลเซีย อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด”

นายกัณวีร์ยกตัวอย่างข้อความที่ถูกส่งผ่านกระบวนการ IO จนกลายเป็นสงครามข่าวสารที่น่าเป็นห่วงในพื้นที่ เช่นเดียวกับ การสับเปลี่ยนกำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทางกองทัพคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เห็นจากหลายๆ ข่าวแล้วน่าหนักใจ ไม่ใช่ไม่เก่งเรื่องการทหาร แต่ไม่คุ้นชินพื้นที่ เจ้าหน้าที่ที่เติบโตในต่างพื้นที่มาทำงานในพื้นที่ เลยต้องปรับจูนค่อนข้างมาก การปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ก็เลยเน้นการป้องปรามและปราบปราม มากกว่าการปูทางสู่สันติภาพ

นอกจากนี้ จากผลการเลือกตั้งใหญ่ ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงความเชื่อถือของพี่น้องประชาชน จากพรรคที่ครองพื้นที่ส่วนใหญ่ ต้องกลับมาได้แค่เกินครึ่งไปคนหนึ่งจากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แถม สส.กมลศักดิ์ฯ ยังถูกปองร้ายถึงชีวิต และข่าวออกมาว่ามันทำให้คิดไปว่าหน่วยความมั่นคงมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งปลัดอำเภออาวุโส ที่นราธิวาสถูกยิงเสียชีวิต ผู้สมัคร นายก อบต.ในจังหวัดปัตตานี ถูกลอบยิงเสียชีวิตอีก รวมทั้งเหตุร้ายรายวันเกิดขึ้นในพื้นที่ตลอด นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น

Advertisement

“การตั้งอาจารย์วันนอร์ฯ มาเป็นที่ปรึกษาให้กับ นายกฯ อนุทินฯ ไม่ใช่เป็นการปูทางไปสู่การแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนในพื้นที่ แท้จริงแล้วเป็นการยื้อเวลา เอาอาจารย์วันนอร์มาเป็น “กันชน” ต่อสังคม ว่า “รัฐบาลได้ทำแล้วนะ”

นายกัณวีร์​กล่าวย้ำว่า กระดุมเม็ดแรก คือเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ของผู้นำฝ่ายบริหาร อย่าผลักภาระให้คนอื่น ตนทราบว่า ปัญหาประเทศมีมากมายจากสถานการณ์โลก แต่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่มีสิทธิ์จะมาบอกว่า “งานล้นมือ” ต้องเน้นงานด้านพลังงานก่อน

“เกือบ 6 แสนล้านบาทเป็นภาษีพี่น้องคนไทยที่ลงไปกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่มามากกว่า 2 ทศวรรษ ไม่มีรัฐบาลไหนสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เรื่อง จชต.เป็นปัญหาหลักของประเทศ ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน หรือต้องรอให้มันมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกันเกิดขึ้นก่อน ค่อยมาล้อมคอกวิ่งตาลีตาเหลือกกันทีหลัง มันจะสายเกินไป”

นายกัณวีร์กล่าวย้ำว่า เจตจำนงทางการเมืองอย่างแน่วแน่ ทำให้เป็นวาระแห่งชาติ จัดส่งคนที่เหมาะกับงานลงไปทำหน้าที่ในพื้นที่ สร้างความมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรกับเจ้าของพื้นที่ เดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติภาพโดยการปรับปรุงโครงสร้างการเจรจาโดยด่วน และนำการพูดคุยมาเจรจากันในพื้นที่ต่อหน้าพี่น้องประชาชน จะทำให้เราเห็นแสงสว่างของการแก้ไขปัญหา สุดท้ายเราจะเห็นการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับพื้นที่ และจะนำทางสู่กระบวนการสันติภาพอย่างแท้จริงครับ

“โดยเฉพาะกรณีคนร้ายใช้ รถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส ไปก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ก็ยังรอคำตอบ จาก กอ.รมน.โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ที่เป็น ผอ.กรมน.ต้องล่าตัว ผู้บงการ มาให้ได้ครับ อย่าดีพูดแล้วไม่ทำ ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ที่ผ่านมา รัฐ ไม่สนับสนุนการก่ออาชญากรรมร้ายแรงเสียเอง” นายกัณวีร์กล่าวย้ำ