หน้าแรก การเมือง คำพอง ย้อน คร...

คำพอง ย้อน คริส เอาอะไรมาถึง เป็นส.ส.ได้เงิน 13 ล้าน เล่าอีกมุม กองทุนเลี้ยงชีพอดีตผู้แทนฯ

6.04.26 | 20:01 น.

คำพอง ย้อน คริส เอาอะไรมาถึง เป็นส.ส.ได้เงิน 13 ล้าน เล่าอีกมุม กองทุนเลี้ยงชีพอดีตผู้แทนฯ ร่ายยาวค่าใช้จ่าย ลั่นหลังพ้นส.ส. ก็กลับบ้านมือเปล่า

วาทะกรรม สามล้อถูกหวย ยืดเยื้อจนถึงว่านี้ หลัง นายคริส โปตระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายในสภาเชิงดูถูก ส.ส. ว่าเป็นสามล้อถูกหวย โดยต่อมา นายคำพอง เทพาคำ อดีตส.ส.พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กยอมรับว่าเคยถีบสามล้อจริง แต่ไม่เคยถูกหวย ทำให้ต่อมา นายคริส ได้ออกมาตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กเช่นกัน โดยร่ายยาวถึงตัวเลขเงินเดือนและบำนาญที่จะได้รับเป็นจำนวนเงินกว่า 13 ล้านบาท ก่อนย้อนถามว่า “แบบนี้เรียกถูกหวยหรือไม่”

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายคำพอง เทพาคำ อดีตส.ส.พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ชี้แขงผ่านเฟซบุ๊ก ถึงเงินที่ต้องจ่ายออกไป โดยมีตั้งแตเงินอุดหนุนพรรค ภาษี เงินที่ต้องจ่ายเข้ากองทุน เงินลงพื้นที่ ไปจนถึงเงินใส่ซองผ้าป่า พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่สามล้อถูกหวยแน่นอน แต่ป็นสามล้อที่ขยันขันแข็งทุกวัน ก่อนตบท้ายว่าจะเอาอะไรมาถึง 10-20 ล้าน?

โดย นายคำพอง ระบุข้อความว่า “ว่าด้วย ส.ส.สามล้อถูกหวย…

ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ก้าวไกลเป็นต้นมาเราไม่ใช่ ส.ส.ถูกหวยอย่างแน่นอน
เพราะทุกคะแนนเสียงเราได้มาไม่ว่าจะเป็น 6.3 ล้านเสียง 15 ล้านเสียง หรือ 11 ล้านเสียงเราได้มาด้วยความเอาจริงขยันขันแข็งหาเสียง นำเสนอนโยบายที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดเกิดขึ้นกับประเทศไทย พี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดเชื่อมั่นและลงคะแนนให้ คะแนนเสียงประชาชนจะเป็นหวยได้อย่างไร

สำหรับผมผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อที่เคยปั่นสามล้ออยู่เมืองนนท์ ผมเข้าประชุมสภาเกือบ 100% ของเวลาประชุมสภา ผมลงพื้นที่ไปทั่วประเทศ ขึ้นเหนือไปน่านเพื่อติดตามค่าชดเชยความเสียหายจากโรคอหิวาต์ในสุกรให้กับเกษตรกรชาวน่าน ลงใต้ที่จะนะฟังความเดือดร้อนของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างท่าเรือน้ำลึก ไปป่าแก่งเสือเต้นเพราะพี่น้องประชาชนบอกว่าไม่เห็นด้วยที่จะสร้างเขื่อนในผืนป่าสักทองแห่งสุดท้าย 20,000 ไร่ไป แม่สอดติดตามเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดิน ไปภูเก็ตรับฟังความเดือดร้อนเรื่องของชาวภูเก็ตทั้งคนในเกาะและชาวเล ไปกาญจนบุรี อุทัยธานีเรื่องปัญหาที่ดินไปประจวบคีรีขันธ์ที่อำเภอทับสะแก ผมเป็นผู้แทนฯคนแรกที่เสนอให้นำน้ำจากขุมแร่ขึ้นมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการอุปโภคบริโภคไปภาคตะวันออก ติดตามปัญหาเรื่องประมงพื้นบ้าน ปัญหาที่ดินของพี่น้องทั่วภาคอีสาน นำเสนอปัญหาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการยึดทรัพย์โครงการจำนำข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แล้วไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาเข้าที่ประชุมกรรมาธิการ

Advertisement

อันนี้อยากจะบอกว่าเราทำงานหนักตามหน้าที่เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และตอบแทนค่าเงินเดือนสวัสดิการต่างๆ ที่ใช้ที่เราได้รับจากภาษีอากรของประชาชน เงินเดือน ส.ส.หกปีที่ผมได้รับเดือนละ 113,650 บาทแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น ดังนี้

  • อุดหนุนพรรค สมัยแรกเดือนละ 20,000 บาท
  • มาสมัยที่สองเดือนละ 15,000 บาท
  • ภาษีเดือนละ 16,000 บาท
  • สมทบเข้ากองทุนเลี้ยงชีพอดีตสมาชิกรัฐสภา 3,500 บาท
  • สนับสนุนการทำงานในพื้นที่เดือนละ 10,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายของทีมทำงาน นอกเหนือจากทีมผู้ช่วย ส.ส.ซองบุญศิลป์กินทานต่างๆ
  • ใช้หนี้เดือนละ 30,000 บาท
  • ค่าเช่าหอพักหน้าสภาเดือนละ 5,000 บาท รวมประมาณค่าใช้จ่าย 79,500 บาท

ก็เหลือสำหรับการดำรงชีวิตของครอบครัวแม่ยายที่ชราแล้ว ภริยา ลูก อยู่ประมาณ เดือนละ 30,000 บาทในขณะที่ลูกๆ กำลังเรียนอยู่ มหาวิทยาลัย มันจะเอาอะไรมาเหลือถึง 10-20 ล้าน

ผมสำนึกบุญคุณเจ้าของภาษีคือ ประชาชนเสมอเราครอบครัวเราดำรงชีวิตอยู่ได้เพราะภาษีอากรของพี่น้องประชาชน จึงต้องยึดมั่นอุดมการณ์ ซื่อสัตย์ไม่โกงไม่ขายตัว ไม่เป็นเป็นงูเห่าไม่เอาเปรียบประชาชนทำงานอย่างหนักในหน้าที่ผู้แทนราษฎร

ผมเดินทางไปประชุมสภาเบิกค่าเดินทางเป็นพาหนะส่วนตัวไปกลับครั้งละ 4,768 บาท ถ้านอนรถไฟชั้นหนึ่งฟรีสภาจ่ายให้ ไปกลับครั้งละ 5,400 บาท นั่งเครื่องบินฟรีสภาจ่ายไปกลับก็ 7,000 บาทถ้าการบินไทยก็ 15,000 บาท ผมไม่มีที่ดิน ไม่มีบ้านหลังโต ก็อาศัยอยู่บ้านแม่ยาย รถผ่อนเสร็จพังไปแล้ว ไม่มีเงินซื้อใหม่
ผมกลับบ้านมือเปล่าจริงๆ เมื่อหมดหน้าที่ผู้แทนราษฎร

แต่ภาระความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็ยังต้องเดินหน้าทำงานต่อไป โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่คือเงินกองทุนเลี้ยงชีพอดีตสมาชิกสภาเดือนละ 25,000 บาท นี่ถ้า หมอวรงค์ ส.ส.คริส ยกเลิกกองทุนนี้ได้สำเร็จก็ลำบากล่ะ

ดังนั้น การได้เป็นผู้แทนราษฎรของผมไม่ใช่สามล้อถูกหวย อย่างแน่นอน แต่เป็น สามล้อที่ขยันขันแข็งทุกวันนี้ก็เหมือนยังต้องปั่นสามล้อทำงานหนักเพื่อตอบแทนบุญคุณของราษฎรทั้งหลายผู้เป็นเจ้าของ ภาษีอากรและ อำนาจสูงสุดของประเทศนี้ ต่อไปจนชีวิตจะหา ไม่”