สนธิญา บุกยื่นหนังสือถึง รมว.กลาโหม ให้ยุติการสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ “กัน จอมพลัง” ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเรียกร้องตรวจสอบการใช้เงินมูลนิธิ และห้ามบุคคลภายนอกแทรกแซงการทำงานของกองทัพ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 เมษายน ที่กระทรวงกลาโหม นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเรียกร้องให้ยุติการสนับสนุนหรือส่งเสริมการกระทำที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน รวมถึงการแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานทหาร ตามแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา โดยพาดพิงถึงการเคลื่อนไหวของ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง”
โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า มูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้” ซึ่งมีนายกัน จอมพลัง เป็นประธาน มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ช่วยเหลือผู้ยากไร้ และต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลอย่างเท่าเทียม โดยอาศัยเงินบริจาคและสิ่งของจากประชาชนตามที่จดทะเบียนไว้กับหน่วยงานรัฐ
อย่างไรก็ตาม นายสนธิญาระบุว่า นายกัน จอมพลัง ยังมีการดำเนินกิจกรรมผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย รวมถึงการเปิดเพจต่างๆ ในนามส่วนตัว และมีการจำหน่ายสินค้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างบทบาทในฐานะประธานมูลนิธิกับกิจกรรมส่วนตัว
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีการโยกย้ายกำลังพลตามวงรอบของหน่วยทหารนาวิกโยธินในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งมีความเห็นต่างกับการเคลื่อนไหวของบุคคลภายนอก รวมถึงกรณีที่ปรากฏภาพทหารบางนายไปอยู่ร่วมกับกลุ่มของกัน จอมพลัง บริเวณพื้นที่ชายแดน โดยมีพฤติกรรมโต้เถียงหรือแสดงท่าทีไม่เหมาะสมต่อทหารฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และระเบียบวินัยของกองทัพ

นายสนธิญากล่าวด้วยว่า กองทัพไทยมีธรรมเนียมในการให้เกียรติทหารฝ่ายตรงข้ามในฐานะนักรบที่ปฏิบัติหน้าที่ เช่น การส่งร่างทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตจากการสู้รบกลับประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงวินัยและเกียรติของทหาร ดังนั้นการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณะจึงไม่ควรเกิดขึ้น
ทั้งนี้ หนังสือยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้เงินของมูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้” ว่า การนำเงินไปสนับสนุนกิจกรรมหรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น การสร้างถนน การตั้งตู้คอนเทนเนอร์ หรือกิจกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดนนั้น เป็นการใช้เงินที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ รวมถึงมีการรายงานรายรับ-รายจ่ายต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างถูกต้องหรือไม่ และเงินที่นำมาใช้สนับสนุนเป็นเงินส่วนตัวหรือเงินของมูลนิธิ
นายสนธิญายังได้กล่าวถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ปัจจุบันมีการปล่อยให้ประชาชน กลุ่มบุคคล และมูลนิธิบางแห่งเข้าไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ จนเกิดความวุ่นวาย เช่น การโต้เถียงหรือด่าทอกับฝ่ายทหารกัมพูชา รวมทั้งมีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน และแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการพื้นที่ด้านความมั่นคง
พร้อมกันนี้ ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 3 ประเด็น ได้แก่
1.ให้ยุติการสนับสนุนหรือการร่วมกิจกรรมของหน่วยทหารกับนายกัน จอมพลัง และคณะ ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การโต้เถียงหรือแสดงความคิดเห็นต่อหน้าทหารต่างชาติ
2.ให้ตรวจสอบการใช้เงินของมูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้” ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจดทะเบียน และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
3.ให้การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนของกองทัพเป็นไปอย่างเป็นเอกภาพ และไม่ให้มูลนิธิหรือบุคคลภายนอกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร
โดยมี พ.ท.เมธี สุคำภา นายทหารเวรเป็นผู้แทนรับหนังสือ เพื่อนำเสนอ รายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น พิจารณาดำเนินการต่อไป


