หน้าแรก การเมือง เตือนวิกฤตพลั...

เตือนวิกฤตพลังงาน กระทบยาว ลามทั่วโลก จี้รับมือเงินเฟ้อ ออกพรก.เงินกู้เท่าไรก็ไม่พอ

7.04.26 | 12:32 น.

“กิตติกร” เตือนวิกฤตพลังงานเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ชี้วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่กว่ากำลังตามมา เริ่มต้นที่ พลังงาน พาณิชย์และคลัง ชี้ต้องใช้มืออาชีพแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายกิตติกร โล่ห์สุนทร อดีตประธานคณะกรรมาธิการ การพลังงาน และอดีตรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก กำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤตพลังงาน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ

ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมัน ที่พลุกพล่านที่สุดของโลก ประมาณ 20% ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกจะผ่านช่องแคบนี้ สงครามได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ดังนั้นหากสงครามยืดเยื้อ ยิ่งส่งผลกระทบกับพลังงานทั้งโลกในระยะยาว ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันถ้าสงครามจบทันที ยังต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปี สถานการณ์ด้านพลังงานถึงจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

นายกิตติกร กล่าวต่อว่า การปรับราคาที่ผ่านมา มีความจำเป็นที่ต้องปรับราคาขึ้นไปเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเพื่อให้เกิดการประหยัด โดยอาศัยกลไกตลาดด้านราคาเข้ามาช่วย แต่ควรจะปรับขึ้นทีละเล็กน้อยและบ่อยขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเก็งกำไ รและการกักตุน โดยใช้กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือ ในการปรับราคาแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ใช้กองทุนเป็นตัวอุดหนุนราคาทั่วไป เพราะจะใช้เงินจำนวนมากเกินกว่าที่กองทุนจะรับได้

การออก พ.ร.ก. เงินกู้เท่าไหร่ก็คงไม่เพียงพอ ถ้าจะมีการอุดหนุนราคา ควรเลือกอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่อุดหนุนทั่วไป ซึ่งจะป้องกันการการเก็งกำไร และการกักตุนได้ดีกว่า และเป็นการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เข้าถึงกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ กลุ่มที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจ และกลุ่มเปราะบาง และยังได้ติดตามการใช้น้ำมันของประเทศแบบมีประสิทธิภาพ สกัดการเก็งกำไร และการใช้แบบฟุ่มเฟือยก็จะลดน้อยลง

นายกิตติกร กล่าวอีกว่า รัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตที่ใหญ่มากในอนาคต ตอนนี้เริ่มที่พลังงานเป็นด่านแรก ซึ่งเสียดายที่เปลี่ยนผู้มีความเชี่ยวชาญออกไป ต่อไปจะเป็นหน้าที่ของพาณิชย์ ที่ต้องคุมราคาสินค้า ที่จะขึ้นไปอยู่ในระดับที่เหมาะสม และจะไปจบที่คลังเมื่ออัตราเงินเฟ้อขึ้น วิกฤตครั้งนี้มีโอกาสขยายเป็นวิกฤตขนาดใหญ่ เพราะทั่วโลกจะมีผลกระทบพร้อมกัน

Advertisement

“ถ้ารัฐบาลบริหารงานไม่ทันกับสถานการณ์ และไม่ใช้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ มาบริหาร วิกฤตครั้งนี้อาจจะจบลงที่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน และเงินเฟ้อซึ่งเป็นวิกฤตที่น่ากลัวมาก ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย คงย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองเลย ผู้ที่เข้ามาบริหารงาน พลังงาน พาณิชย์ และ คลัง ควรเป็นมืออาชีพจริง ๆ ที่ต้องเข้ามาช่วยกันแก้บัญหาให้กับประเทศไทย” นายกิตติกร กล่าว