ภราดร เข้าทำเนียบ ไหว้ศาล ขอ นายกฯ-ครม. ทำงานราบรื่น เตรียมคุย เอกนิติ เดินหน้า คนละครึ่งพลัส
เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยไหว้ศาลพระภูมิและศาลตาศาลยาย เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฎิบัติหน้าที่
นายภราดร กล่าวว่า เริ่มเข้าทำงานในรอบที่ 2 มาไหว้ศาลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ ได้ขอพรในภาพรวม ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทำงานด้วยความราบรื่น เพราะเวลานี้สถานการณ์ของประเทศไทยและของโลก อยู่ในสถานการณ์สงคราม หลายอย่างจำเป็นต้องมีความเข้มข้น และเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น จึงขอให้การทำงานของคณะรัฐมนตรี เป็นไปด้วยความราบรื่น เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯได้แบ่งงาน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กำกับดูแลหน่วยงานใด นายภราดร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดูสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นหน่วยงานเดิมที่ตนเองเคยกำกับดูแลอยู่ ก็จะทำหน้าที่ต่อไป และดูสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
เมื่อถามว่าการประชุม ครม.ปกตินัดแรก 11 เม.ย.นี้ สำนักงบประมาณ จะเสนอวาระใดให้ครม.พิจารณาบ้าง นายภราดร กล่าวว่า เตรียมแผนไว้จะต้องนำปฏิทินการจัดงบประมาณการจัดทำร่างงบประมาณปี 2570 เข้าก่อน เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายใหญ่สุด เพื่อให้งบประมาณปี 70 ไม่ล่าช้า และเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569
นอกจากนี้นายกฯกำชับว่าภายใต้ภาวะสถานการณ์แบบนี้หน่วยงานราชการจะต้องจัดทำงบประมาณให้เข้ากับสถานการณ์ให้มากที่สุด สิ่งใดที่ไม่จำเป็นหรือสามารถรอได้ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน ให้วางเป้าหมายชัดเจนว่าการตั้งงบประมาณปี 70 ทำเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้พี่น้องประชาชนหรือพูดง่ายง่ายว่าช่วยประชาชนก่อน
เมื่อถามว่าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 70 มีความคืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ นายภราดร กล่าวว่า จะเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.นี้ เมื่อปฏิทินงบประมาณเข้าครม. ก็จะเริ่มกำหนดกรอบให้หน่วยงานราชการเสนอคำขอขึ้นมา โดยคาดว่าจะวางเดดไลน์คำขอที่ตั้งไว้คร่าว ๆ น่าจะเป็นช่วงเดือนพ.ค. ซึ่งคำขอจะต้องถึงสำนักงบประมาณเพื่อให้ได้มีการคัดกรองคำขอตามปกติ อย่างไรก็ตามต้องรอครม. อนุมัติก่อน สัก 15 วันอาจจะล่าช้าได้ประมาณ 15-20 วัน แต่ย้ำว่าปลายทางจะต้องเสร็จให้ทันภายใน 1 ต.ค.นี้ เพื่อให้ได้ทันใช้
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเตรียมพร้อมดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส นายภราดร กล่าวว่า ได้รับโจทย์จากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งวันนี้จะมีการเข้าหารือ ว่าหางบประมาณตรงไหนมาดำเนินการตามนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชน และนอกจากโครงการดังกล่าวก็จะมีโครงการไทยช่วยไทยด้วยซึ่งถือว่าเป็นโครงการใหญ่
เมื่อถามว่างบกลางและงบจะเพียงพอหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า กำลังจะไปคุยเรื่องการใช้พ.ร.บ.โอนงบฯ กับนายเอกนิติ ว่าจะดำเนินการได้เมื่อไหร่ แต่คาดว่าเป็นเดือน มิ.ย.นี้
เมื่อถามย้ำว่าการโอนงบมาดำเนินการ จะเพียงพอหรือไม่ หรือจำเป็นต้องกู้เงินมาดำเนินโครงการ นายภราดร กล่าวว่า คิดว่าน่าจะยังพออยู่ เพราะนายกฯให้นโยบายชัดเจนสำหรับหน่วยงานราชการ ว่าภาคส่วนไหนยังไม่จำเป็นต้องใช้หรือเร่งรีบจนเกินไปก็ให้ชะลอไว้ก่อน และนำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนเป็นเป้าหมายแรก ส่วนรายละเอียดในเรื่องงบประมาณและการดำเนินการ และจำนวนประชาชนที่จะได้สิทธิ์ อยู่ในช่วงการออกแบบดีไซน์โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องหารือกับทุกหน่วยงานอาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน ส่วนจำนวนจะได้ 20 ล้านสิทธิ์เท่าเดิมหรือไม่ ยังอยู่ในช่วงออกแบบโครงสร้าง ทั้งเรื่องจำนวนผู้รับผลประโยชน์ และวงเงิน ยืนยันว่าเฟสแรกจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
เมื่อถามกรณีที่พรรคประชาชน เตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล ประเด็นรวยไม่ไหวแล้ว นายภราดร กล่าวว่า เชื่อว่าการเป็นรัฐบาลในขณะนี้ต้องเผชิญปัญหามากกว่าในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะล่าสุดเป็นสถานการณ์โควิด-19 แม้สถานการณ์ต่างกันแต่ความรุนแรงคิดว่าไม่ต่างกันแน่นอน

