‘จูรี’ เสนอญัตติแก้น้ำท่วม ใช้ ‘หาดใหญ่โมเดล’ บอกทุกวันนี้ชาวบ้านยังหลอนอยู่เลย ฝนตก 4-5 หมด ก็เตรียมอพยพแล้ว เหน็บเงินเยียวยาล่าช้า ขนาดนาซ่าส่งคนไปดวงจันทร์ใช้เวลา 3 วัน แต่เงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านสั่งจ่ายโดยรัฐบาลไทยถึงผู้ประสบภัยชาวไทย 150 วันแล้วไม่รู้เดินทางถึงไหน ลั่นชาวบ้านไม่อยากเจอน้ำท่วม ไม่อยากกินข้าวผัดรสมือท่านนายกฯ อีกแล้ว
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายจูรี นุ่มแก้ว ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัติเพื่อให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาและปฏิรูปโครงสร้างอุทกภัยแบบบูรณาการ (หาดใหญ่ โมเดล) เพื่อการเฝ่าระวังป้องกันและฟื้นฟูวิกฤตหาดใหญ่อย่างยั่งยืน ว่า ญัตินี้ตนไม่ได้มีความปรารถนาที่จะติติงใคร แต่ต้องการตีแผ่ความจริงทั้งหมด เพื่อให้รัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาความจริงนี้เข้าไปช่วยเหลือแก้ไข ป้องกัน เยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยหลายพื้นที่ของประเทศไทยหนึ่งในนั้นคือพื้นที่หาดใหญ่ โดยเมื่อปลาย ปี 68 น้ำท่วมใหญ่เมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้คือหาดใหญ่ แต่น้ำไม่ได้ท่วมเมื่อปีที่แล้ว ปลายปี 67 ก็ท่วม แต่ปี 68 ท่วมหมดทั้งเมือง ส่งผลกระทบไปทั่ว กระทบคนทุกคนตั้งแต่เด็กแรกเกิดยันคนแก่ และทุกอาชีพ ซึ่งความเสียหายที่หอการค้าประเมิน ประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท เฉพาะหาดใหญ่ในพื้นที่ของตนประมาณ 2หมื่นกว่าล้านบาท
“จนทุกวันนี้ชาวบ้านในหาดใหญ่เขาหลอนหมดแล้ว เช่นคนที่อยู่ในหาดใหญ่บอกกับผมว่าได้ยินฝนตก 4-5 เม็ด ต้องรีบเก็บของเตรียมอพยพแล้วเค้ากลัวกันถึงขนาดนั้น และเป็นคำถามที่อยู่ในใจว่ามันจะเกิดแบบนี้ซ้ำอีกกี่ครั้งกี่ปีอีกนาน ต้องเจ็บปวดกับเหตุการณ์แบบนี้อีกนานแค่ไหน” นายจูรีกล่าว
นายจูรี กล่าวต่อว่า จึงขอให้สภาฯใช้หาดใหญ่เป็นการแก้ปัญหาน้ำ ให้หาดใหญ่เป็นเมืองที่อยู่กับน้ำได้ และเป็นต้นแบบในหลายๆ เมืองของประเทศนี้ ดังนั้นตนขอแบ่งปัญหาเป็น 3 ระยะ คือ ระยะก่อนที่น้ำจะท่วม ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการ เตือนภัย ทั้งที่มีหลายหน่วยงานที่มีข้อมูล แต่ประชาชนไม่ทราบข้อมูลได้โดยง่ายและภาษาที่เข้าใจง่ายว่าตอนนี้น้ำมาถึงไหนแล้ว ไม่ใช่ตออนมาตอนตี2 น้ำเต็มบ้านหมดแล้ว จึงมีการเสนอให้สร้าง ดิจิทัลทวิล เป็นเมืองฝาแฝดดิจิตอล โดยการใช้ AI แจ้งเตือนประชาชนเป็นรายบุคคลให้ทราบก้อนล่วงหน้า 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้ตั้งตัวทัน
ระยะเผชิญเหตุ ซึ่งมีปัญหามากที่สุด ที่พี่น้องประชาชนพูดถึงอยู่ในใจ และยังหลอนอยู่ถึงทุกวันนี้ คือขณะที่น้ำมาแล้วปรากฏว่าความล้มเหลวที่สุดคือการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนถ้าเป็นภาษาใต้คือ “มั่วตั้วขั้วตอก” คือมั่วไปหมด คือการประสานงานที่ไม่ใช่เฉพาะท้องถิ่นรับผิดชอบอย่างเดียวแต่รัฐบาลต้องเข้าไปบัญชาการ วางแผนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้กู้ภัยที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ แต่พอมาถึงหาดใหญ่ก็หลงไม่รู้จะไปไหนดี เพราะไม่มีคนนำทาง เดินทางไปต่อไม่ได้ เพราะต้องใช้รถใหญ่เพื่อนำกู้ภัยเข้าไป แต่พอถามหน่วยงานรัฐ กลับบอกว่าต้อง สแตนด์บายรอรับคณะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เดินทางมาถึง ทั้งๆที่ชีวิตพี่น้องประชาชนเป็นแสนราย รอคอยการช่วยเหลือ รวมถึงความล้มเหลวในระบบสื่อสารทั้งหมด ที่ไม่มีการสำรองเส้นทางระบบออนไลน์ของการสื่อสารที่ต้องติดต่อประชาชนในพื้นที่ ทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย มีประชาชนกรีดร้องรอคอยความช่วยเหลือ ซึ่งสะท้อนการบริหารจัดการน้ำครั้งนี้ของผู้มีอำนาจในขณะนั้นที่ล้มเหลว
ระยะภายหลังจากน้ำลดไปแล้ว หาก 2-3 วันหลังจากน้ำลด หากมีใครได้เดินทางไปหากใหญ่ ตนรับประกันว่าน้ำตาไหลทุกคน ที่เห็นสภาพเมืองหาดใหญ่ ณ เวลานั้นเหมือนกับเมืองซอมบี้ คำถามคือจะทำให้เกิดขึ้นกับหาดใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำอีกในฐานะที่เป็นเมืองสำคัญของประเทศอีกกี่ครั้ง และเมื่อน้ำลดสิ่งที่ผู้ประกอบการคาดหวังคือรัฐบาลจะเยียวยาฟื้นฟูช่วยเหลือเขาอย่างไรบ้าง เวลานั้นเขารอการช่วยเหลือ แต่ไม่เกินสองอาทิตย์รัฐบาลยุบสภา ซึ่งชาวหาดใหญ่ไม่ได้สนใจว่ายุคด้วยเหตุผลอะไรแต่ในความรู้สึกเหมือนเขาโดนทิ้งให้นั่งร้องให้อยู่คนเดียว วันนั้นถ้าไม่ยุบสภาตนเชื่อว่าเศรษฐกิจของหาดใหญ่หลายๆมาตรการที่เขารอการช่วยเหลืออยู่คงจะดีกว่านี้ เมืองคงจะขับเคลื่อนและฟื้นตัวได้ไวกว่านี้ เขารอซอฟร์โรล ทราบผลว่าอนุมัติแล้วแล้วบ้าง รอการพักหนี้ รอมาตรการทางภาษี รอเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้าน ทราบว่าขอมาประมาณ 5หมื่นหลัง ได้ไปประมาณ 1 พันหลัง อีกหลายหมื่นหลังก็ถามว่าจะได้เมื่อไหร่
“เงินเยียวยาทำไมมันช้าขนาดนี้ องค์การนาซ่าเขาส่งคนไปดวงจันทร์ใช้เวลาประมาณซัก 3 วันถึงดวงจันทร์แต่นี่เงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านที่สั่งจ่ายโดยรัฐบาลไทยถึงผู้ประสบภัยชาวไทย ตอนนี้ 150 วันแล้วไม่รู้เดินทางถึงไหน มันติดขั้นตอนไหน มันไกลมากเงินถึงยังไม่ถึงชาวบ้านสักที เขาถามผมทุกวัน จนัวนนี้เห็นมีโอนเข้ามา 150 บาท จากเงินสูงสุดที่จะได้คือ 49,000 บาท 150 บาทให้เขาไปซ่อมอะไร” นายจูรีกล่าว
นายจูรีกล่าวต่อว่า คาบน้ำตาที่พี่น้องชาวหาดใหญ่ ที่เขาไม่ได้อยากเสียสละ แต่เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ ดังนั้นจึงอยากให้ใช้บทเรียนนี้ ผลักดันให้เกิดการแก้ไขป้องกันเหตุนี้ในระยะยาว ตนจึงเสนอญัตตินี้เพื่อให้หาดใหญ่กลายเป็นโมเดลของการจัดการภัยพิบัติเมืองขนาดใหญ่ และเรียกร้องให้จัดการครอบคลุมในภารกิจ 3 ระยะ คือระยะการเตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาปฏิรูประบบการเตือนภัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การจัดทำผังเมืองเพื่อระบายน้ำ และการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน การเฝ้าระวัง ระยะของการเผชิญเหตุ เรียกร้องให้มีการศึกษาแนวทางการบูรณาการหน่วยงานแบบเบ็ดเสร็จเพื่อให้มีการช่วยเหลือและอพยพพี่น้องประชาชนแบบมีเอกภาพรวดเร็วและหวังว่าคงจะไม่มีคนเสียชีวิตมากขนาดนี้ ความเสียหายน้อยขนาดนี้ รวมทั้งเรียกร้องให้มีการ ฟื้นฟูปฏิรูปการเยียวยาลดขั้นตอนของเอกสารต่างๆเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เงินเร็วขึ้นทันต่อความต้องการและความเดือดร้อนและป้องกันเหตุในระยะยาวโดยมีการเร่งรัดจ่ายเงินเยียวยาและหามาตรการในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ว่าจะเป็นมาตรการทางภาษีการพักชำระหนี้ดูแลเรื่องเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการทั้งหลายและจัดการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับพี่น้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายย่อย การป้องกันเหตุในระยะยาว
นายจูรี กล่าวด้วยว่าในหาดใหญ่มีระยะทางของคูคลองประมาณ400 กว่ากิโลเมตร ซึ่งมีทราย ตะกอนที่น้ำของปีที่แล้วพัดมาทำใหู้คลองตื้นเขิน และขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนน้ำก็จะมาอีกแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย งบประมาณก็ไม่มี คูคลองยังตื้นเหมือนเดิม เครื่องสูบน้ำก็เสียจากน้ำท่วม ไม่ทราบว่าซ่อมไปแล้วหรือยัง นี่คือสิ่งที่ฝากให้รัฐบาลสั่งการดูแลเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นมาก อีกไม่กี่เดือนหลังจากนี้น้ำก็จะมาแล้ว การจัดการและการป้องกันทั้งหมดยังไม่ได้เกิดขึ้น
“สิ่งที่เป็นความต้องการในใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้งหมด เขาเพียงต้องการไม่อยากจะเจอน้ำท่วมอีก ไม่อยากจะเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก เขาหลาบแล้วจริงๆ เขาไม่อยากจะกินข้าวผัดรสมือของท่านนายกฯ อีกแล้ว” นายจูรีกล่าว

