พิทักษ์เดช ซัดหมดยุคผู้บริหารแห่งรัฐ เดินลุยน้ำแจกของแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของสส.เถอะ ผู้นำต้องใช้สติปัญหาจัดการภัยพิบัติ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในญัตติเพื่อให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษา และปฏิรูปโครงสร้างอุทกภัยแบบบูรณาการ (หาดใหญ่โมเดล) เพื่อเฝ้าระวังป้องกัน และฟื้นฟูวิกฤตหาดใหญ่อย่างยั่งยืน โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานประชุม
โดยนายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสนับหนุนญัตติว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือ ความผิดพลาดบริหารจัดการภัยพิบัติของพี่น้องประชาชน ในฐานะผู้บริหารสูงสุดแห่งรัฐ ที่เป็นปัญหา และสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยไม่มีแผนการบูรณาการร่วม และไม่มีการจัดการล่วงหน้า
ก่อนที่จะเกิดเหตุน้ำท่วม ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ 3 ระยะหลัก ที่รัฐบาลสอบตกอย่างสิ้นเชิง คือ 1. ก่อนเกิดเหตุ รัฐขาดการเตรียมความพร้อมทั้งการพร่องน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำล่วงหน้า แต่มักจะรอให้น้ำท่วมก่อนค่อยตั้งเครื่อง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ 2. ขณะเกิดเหตุระบบบัญชาการสั่งการไร้เอกภาพ ทั้งที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่นายกฯ แต่กลับมีการบริหารที่ผิดพลาด จนเกิดความซ้ำซ้อนและซ้ำซาก และ 3. หลังเกิดเหตุ การเยียวยาสภาพจิตใจ และเศรษฐกิจล่าช้า ปล่อยให้นักธุรกิจและประชาชนเคว้งคว้าง ท่ามกลางความพังทลายของทรัพย์สิน
“ความล่าช้าเหล่านี้ ผมไม่ทราบว่าเป็นความไม่รับผิดชอบ หรือความรู้เท่าไม่ถึงการ มันหมดยุคแล้ว ที่ผู้บริหารสูงสุดแห่งรัฐเดินลุยน้ำไปคนเดียว ผู้บริหารสูงสุดแห่งรัฐต้องใช้สติปัญญา และวิธีคิดในการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ให้พวกผมเถอะครับ ที่ไปเดินแจกข้าวกล่อง ไปทำอาหาร ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน เพราะท่านมีอำนาจสั่งการโดยหน้าที่ และตามกรอบของกฎหมาย เพื่อรักษาชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้ได้รวดเร็วที่สุด” นายพิทักษ์เดช กล่าว
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า หาดใหญ่คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ ไม่มีใครอยากเห็นความล่มสลายเกิดขึ้นซ้ำซาก รัฐบาลต้องลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่รอให้วิกฤตผ่านไปแล้วลืมกัน

