หน้าแรก การเมือง อนุทิน นำทีมป...

อนุทิน นำทีมปปง.โชว์ยึดทรัพย์ 8.2 พันล้าน รถหรูเฟอรารี่ เครือข่าย ยิม เลียก – เบน สมิธ

9.04.26 | 15:37 น.

อนุทิน นำทีมแถลง ยึดทรัพย์เครือข่าย ยิม เลียก – เบน สมิธ“ เพิ่มอีก 8,269 ล้านบาท ขอบคุณหน่วยงานแข็งขัน แม้ผู้ต้องหาใช้เทคโนโลยีขั้นสูง – อำนาจเงินมหาศาล แต่เอาผิดได้ ย้ำขอยึดหลักปราบปราม “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ลั่นถ้าทำผิดไม่มีข้อยกเว้น

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าว การยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ในคดีที่นางสาวแตงไทย กรณีนายยิม เลียก , นางวิรินยา ยิม , นายเบน สมิธ และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน เป็นสมาชิกอั้งยี่ การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ

ทำให้สำนักงาน ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน จำนวน 34 รายการ อาทิ รถยนต์ 6 คัน สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้เงิน เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมถึงเงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดในคดีดังกล่าวทั้งหมด มีจำนวน 102 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท


นายอนุทิน กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการยึด และอายัดทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าวไว้ได้มูลค่านับถึงวันนี้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมหาศาลที่กลุ่มอาชญากรรมกลุ่มนี้ ที่กระทำผิดกฎหมายในประเทศไทยและสร้างความเดือดร้อนให้กับระบบเศรษฐกิจและประชาชนที่เป็นเหยื่อ เนื่องจากการกระทำความผิดนี้มีพื้นฐานมาจากเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยการดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เคยมองข้ามอาชญากรรมประเภทนี้ พร้อมขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้ ที่มีตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล เต็มใจ และยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานได้ หน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเต็มที่

 
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ตระหนัก และยอมรับว่า ประชาชนตลอดจนนานาชาติมีความต้องการที่อยากจะให้จัดการปัญหาอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งภัยจากกลุ่มสแกมเมอร์ มีความซับซ้อน และมีผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงได้กำชับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย กำหนดมาตรการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้กระทำความผิด ซึ่งผู้กระทำความผิดเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพล และมีเครือข่าย หรือแม้กระทั่งมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ บริหารบ้านเมืองอยู่ แต่รัฐบาลชุดนี้ได้กำชับกับหน่วยงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมลักษณะนี้ว่า ให้ยึดมั่นในแนวทางการดำเนินการตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” หากพบว่ากระทำความผิดก็จะดำเนินการทุกอย่างอย่างเข้มงวด และปราศจากข้อยกเว้น


นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเหล่านี้ จะต้องทำตามนโยบายที่ได้มอบหมายให้กับหัวหน้าส่วนราชการของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงาน ปปง. ก็จะมีการดำเนินการ เช่น การคุ้มครองผู้เสียหาย

Advertisement

ตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดคืนให้กับผู้เสียหาย ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน แล้วจะเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย พร้อมทั้งความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนขยายผล โดยมุ่งเน้นไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด นอกจากนี้จะมีการพิจารณาดำเนินการกล่าวโทษ กับผู้ที่กระทำความผิดอาญา ฐานฟอกเงินโดยไม่มีข้อยกเว้น

นายอนุทิน ย้ำว่า เครือข่ายดังกล่าวที่มีการแถลงข่าวในวันนี้ นอกจากจะพบว่า มีการกระทำความผิด ประเภทสแกมเมอร์แล้ว ยังพบว่าพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งตนขอชื่นชมอย่างใจจริง ไปถึงหน่วยงานที่ทุ่มเทในการเอาผิดผู้กระทำผิด ซึ่งทำให้การปราบปรามอาชญากรรมที่ผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีอำนาจทางการเงินอย่างมหาศาลประมาณค่าไม่ได้ ก็ไม่ได้อยู่เหนือความสามารถของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง