‘นายกฯ’ ชี้เกณฑ์ธุรกรรมการเงินเข้มขึ้น ไม่หวั่นใช้นอมินีคนไทย ลั่นไม่ใช่บริษัทผีสแกมเมอร์คนชัดๆ ชี้ใช้คอนเน็กชั่นเคลียร์ไม่ได้
เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวการยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ในคดี น.ส.แตงไทย กรณีนายยิม เลียก, นางวิรินยา ยิม, นายเบน สมิธ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน เป็นสมาชิกอั้งยี่ การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ทำให้สำนักงาน ปปง.มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน จำนวน 34 รายการ
นายอนุทินตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีสแกมเมอร์เข้ามาในประเทศไทยโดยใช้รูปแบบบริษัทนอมินี ให้คนไทยถือครองทรัพย์สินแทน โดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย จะมีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร นายกฯกล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันนี้เรามีการตั้งกฎเกณฑ์ธุรกรรมทางการเงินเพิ่มมากขึ้น ทั้งจาก ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย และ กลต. ต่อให้ไปตั้งบริษัทนอมินีหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้ามันมีธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ สิ่งพวกนี้เรามีอํานาจในการสันนิษฐานไว้ก่อน แล้วก็จะเข้าไปตรวจสอบหน้าที่การงาน เส้นทางการเงินว่ามันไม่สอดคล้อง ก็จะนําไปสู่การสืบสวนสอบสวนขยายผล ต่อให้เป็นเงินมาจากต่างประเทศ เราก็สามารถที่จะมีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน คนที่ทําผิดกฎหมายแบบนี้ ด้วยเทคโนโลยีการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐของเรา ถ้าทําผิดกฎหมายโอกาสรอดยาก
เมื่อถามย้ำว่า แต่ที่ผ่านมาเขาไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อเจ้าหน้าที่ไปเจอแล้วกลายเป็นบริษัทผี นายกฯกล่าวว่า ถ้าดูการแถลงวันนี้ก็ไม่ผีนะ คนชัดๆ เลย ไม่ใช่คนไม่มีตัวตน บุคคลแต่ละคน ชื่อเสียงเรียงนามธรรมดาเสียเมื่อไหร่ นี่คือสิ่งที่จะต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เมื่อก่อนคนพวกนี้เข้าออกประเทศไทยสบายใจ เดี๋ยวนี้ตั้งแต่เราเข้มงวด เรื่องพวกนี้ขึ้นมา คนที่มีสัญชาติจีนก็ส่งกลับประเทศจีน ถ้าดูสมัยก่อน ผู้มีอํานาจในการบริหารบ้านเมืองไม่ได้เข้มข้น แล้วเปิดทางโล่งให้เจ้าหน้าที่ดําเนินการได้อย่างเต็มที่ขนาดนี้
นายกฯกล่าวว่า ขอยืนยันว่าตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นนายกฯ และเชิญหัวหน้าส่วนราชการเข้ามาประชุมร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และตนบอกว่าให้ดําเนินการสุดซอยเต็มที่ ไม่มีใครคนไหนที่ดูหน้าตาแล้วจะไม่อยากทํา ทุกคนเต็มใจ พึงพอใจ อยากทํา เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนว่าเรื่องพวกนี้ประเทศไทยไม่เอา และรัฐบาลไม่เอา รวมถึงกลไกของรัฐบาลก็ไม่เอาด้วย ขอให้มั่นใจรัฐบาลชุดนี้ คนที่คิดว่าไปเคลียร์ตรงนั้นตรงนี้ได้ ใช้คอนเน็กชั่นอะไรต่างๆ จะไม่สามารถทําได้ คนที่ทํางานก็สามารถทําด้วยความสบายใจและดําเนินการตามกฎหมายได้เต็มที่
เมื่อถามว่า ผู้เสียหายค่อนข้างกังวลเนื่องจากผู้ต้องหามีการตั้งทนายจากบริษัทยักษ์ใหญ่ขึ้นมาต่อสู้ นายกฯกล่าวว่า คนนําทรัพย์สินไปคืนให้ผู้เสียหายคือภาครัฐ ผู้เสียหายไม่ต้องไปสู้กับทนายของผู้ต้องหา ทนายต่อให้เก่งระดับไหน ถ้าคุณทําผิดกฎหมายชัดเจนแบบนี้ และทําให้ประชาชนมีความเดือดร้อน มันไม่มีทางที่จะชนะความผิด ที่ลูกความตัวเองกระทําไปได้ ตนไม่เคยเห็น

