หน้าแรก การเมือง ศิริกัญญา มึน...

ศิริกัญญา มึนนโยบายรบ. มองไม่เห็นปลายทาง ฮึ่มอย่าข้ามหัวสภา ออกพ.ร.ก.โอนงบ ระวังขัดรธน.

9.04.26 | 17:02 น.

‘ศิริกัญญา’ ดักคอรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน เพื่อพยุงเศรษฐกิจ หวั่นทำให้หนี้สาธารณะพุ่ง ถามจะเอาเงินที่ไหนมาใช้คืน

เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม

เวลา 16.00 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า เห็นนโยบายรัฐบาลแล้วต้องบอกว่ามองใกล้ไม่ชัด มองไกลไม่เห็น ไม่รู้เป้าหมายปลายทางจะไปที่ไหน นโยบายแต่ละเรื่องไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ ในขณะที่เศรษฐกิจเข้าสู่โหมดข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเติบโตต่ำ เงินเฟ้อสูง ที่ผ่านมาราคาน้ำมันขึ้นไป 20 บาท แต่มาตรการเยียวยาเพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา โดยวางมาตรการช่วยเหลือ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส บูรณาการระหว่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่ง ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลควรกำหนดไว้ในนโยบายรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนอุ่นใจต่อการช่วยเหลือที่เพียงพอ หรือมาตรการเพิ่มเติมในการช่วยภาคขนส่งรายเล็กและรายใหญ่ ที่น่าสนใจคือผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเหลือ 9 ล้านคน จากเดิมที่มี 13.4 ล้านคน โดยรัฐบาลระบุว่าจะทำให้เสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งน่ากังวลต่อการยืนยันรับสิทธิ

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า การออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ 2569 ช่วยช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมนี้จริงหรือไม่ แม้จะฟังดูดีที่เหมือนเกลี่ยก่อนกู้ ซึ่งเป็นคำถามว่าจริงหรือไม่ ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงภาวะการคลังที่เสี่ยงเข้าใกล้วิกฤต ส่วนงบกลางเพื่อใช้ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ทราบมาว่าคงเหลือ 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ก่อนหน้านั้นใช้งบไป 1 ใน 3 ของงบดังกล่าวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การโอนงบยังมีกระแสข่าวจะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ข้ามหัวสภา จึงขอถามว่าจะแก้ไขฐานะการคลังของรัฐบาลหรือประชาชน ทั้งนี้ การออกกฎหมายโอนงบในช่วงไตรมาส 3 จะเสียก่อนได้ เพราะงบถูกใช้มาก ยอดเมื่อสิ้นเดือนมีนาคมใช้งบเกิน 60% เบื้องต้นคาดว่าจะมีกองกลางที่ปรับได้ 4 แสนล้านบาท หากบอกว่าจะตัดจะโอนงบ 4 หมื่นล้านบาท กังวลว่าจะไปไม่ถึง

น.ส.ศิริกัญญากล่าวด้วยว่า การตัดได้มากหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่จะออกมา หากเขียนเกณฑ์แบบหลวมๆ เหมือนบอกว่าห้ามข้าราชการดูงานต่างประเทศที่มีเงื่อนไขว่าอยู่ที่ดุลพินิจ เชื่อว่าจะไม่มีงบให้ตัดแน่นอน แต่ความรวดเร็วไม่ใช่เหตุผลที่จะออกเป็น พ.ร.ก. และคิดว่าออกไม่ได้ เพราะตามมาตรา 11 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้กฎหมายงบประมาณต้องออกเป็น พ.ร.บ. และต้องผ่านสภา ส่วนที่บอกว่าต้องเร็วตนมองว่าไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะก่อนหน้านั้นการโอนงบที่ผ่านมาแม้จะทำล่าช้าไป 6 เดือน แต่กระบวนการของสภาเร่งรัดให้เสร็จโดยเร็วได้ ดังนั้น มองว่าการออก พ.ร.ก.โอนงบจะไม่เป็นตามรัฐธรรมนูญและขอร้องอย่าข้ามหัวสภา

น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า สำหรับการลดภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลเสียงแข็งว่าไม่สามารถลดได้ ทั้งที่การลดแม้จะ 2 บาท จะสามารถชะลอการขึ้นราคาสินค้าได้ ซึ่งกรณีที่ไม่มีการปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิต คาดว่าสถานการณ์การคลังจะวิกฤตกว่าที่รับรู้ ซึ่งเมื่อไม่ลดภาษี ขออย่าเก็บเพิ่มได้หรือไม่ ส่วนแนวทางการลดราคาน้ำมันขอความชัดเจนว่าจะเก็บภาษีลาภลอยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะหนี้เบ่งบานที่ขอบอกว่าไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว

Advertisement

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า ส่วนเงินสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินและจำเป็นที่ถูกผลาญไปหมด 4 เดือนแรก ทำให้รายการที่ตั้งใจตั้งงบไม่พอจะสร้างปัญหาใหญ่ เช่น งบชำระดอกเบี้ย บำนาญข้าราชการ ขาด 5.1 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะมีล่าช้าหรือตกเบิกแน่นอน กองทุนประชารัฐ ที่ใช้เติมเงินบัตรสวัสดิการงบ 69 ตั้งไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท ดังนั้น หากคิดจะกู้แสดงว่ากู้เพื่อใช้รายจ่ายประจำของงบประมาณ และหากรัฐบาลตั้งใจออก พ.ร.ก. เพื่อต้องการพยุงเศรษฐกิจและออกจากวิกฤตให้ได้ มีข่าวว่าจะมียอดเงินกู้จำนวน 5 แสนล้านบาท ตนต้องตั้งคำถามถึงการหาวิธีคืนเงิน เกรงว่าจะมีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เช่น ภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และภาษี VAT