รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบในทันที หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันที่ 9-10 เมษายน
ด้วยวิกฤตการสู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลจึงอยู่ในภาวะที่ต้องลุยงานอย่างหนัก ตั้งแต่วันแรกด้วยภารกิจนำพาประเทศฝ่าคลื่นมรสุมลูกใหญ่
ในการแถลงนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่กำลังเผชิญกับภัยที่ล้วนเป็นแรงกดดัน และบั่นทอนศักยภาพการเติบโตให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งภัยด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านความมั่นคง
รัฐบาลจะมุ่งต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงกติกาใหม่ อำนาจของโลกที่ยังไม่มีความแน่นอนได้อย่างยืดหยุ่น และเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ นำความกินดีอยู่ดี และสร้างความสงบสุขให้คนไทย
มีนโยบายสำคัญใน 5 ด้าน รวม 23 ข้อ ไล่เรียงจาก 1.ด้านเศรษฐกิจ สร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก
สร้างพันธมิตรการค้า เปลี่ยนผ่านเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่เกษตรแม่นยำ สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับสู่การสร้างมูลค่าสูง
2.ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เร่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลก สร้างเสถียรภาพรักษาความสัมพันธ์ทุกขั้วอำนาจ ทีมประเทศไทยขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ
สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของประชาชน พัฒนาระบบการป้องกันประเทศและศักยภาพกองทัพ พัฒนาระบบทหารอาสาและการปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร
3.ด้านสังคม เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที สร้างเสริมสถาบันครอบครัว
4.ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ผลักดันประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2593 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล
5.ด้านการบริหารภาครัฐ ราชการทันใจ การปฏิรูประบบราชการ การพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น และแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
แม้นโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 ถูกทั้งพรรคฝ่ายค้านและ ส.ว.ตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องรับฟัง
เพราะโจทย์สำคัญของรัฐบาล คือ การขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ให้นำไปสู่การปฏิบัติและเห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม นำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตได้

