หน้าแรก การเมือง บิ๊กดุลย์ เผย...

บิ๊กดุลย์ เผย รบ.มุ่งพัฒนาศักยภาพกองทัพ หวังพึ่งพาตนเองระยะยาว ลุย ‘ทหารอาสา’ ยกระดับกำลังพล

10.04.26 | 15:12 น.

บิ๊กดุลย์ เผย รบ.มุ่งพัฒนาศักยภาพกองทัพ หวังพึ่งพาตนเองระยะยาว ลุย ‘ทหารอาสา’ ยกระดับกำลังพล

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่รัฐสภา พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ชี้แจง โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอนแบ่งพวกกันชัดเจน ความมั่นคงของชาติคงไม่ได้หมายถึงเพียงการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมความปลอดภัยของประชาชน เสรีภาพของภูมิภาค และความสามารถของประเทศ ในการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีบนเวทีโลก กระทรวงกลาโหมในฐานะหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงของประเทศ จะขับเคลื่อนนโยบายโดยมีอธิปไตย และความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้ง โดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน และการสนับสนุนของทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ ชายแดนของประเทศไม่ใช่แค่เส้นแบ่งเขตทางภูมิศาสตร์ แต่คือเส้นแห่งอธิปไตย คือแนวหน้าของความมั่นคง รัฐบาลจะมุ่งเน้นให้ชายแดนมีความมั่นคงปลอดภัยปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งภัยยาเสพติด ภัย ธรรมชาติ และสแกมเมอร์ ตนมีแนวความคิดเรื่องของความมั่นคงชายแดนจากการอยู่ชายแดนมาตั้งแต่เด็กจนเกษียณอายุราชการ กำลังพลที่อยู่ชายแดนจำเป็นต้องคุณภาพชีวิตที่ดี หมายถึงความสะดวกสบายพอควรแก่สภาพด้วยหน้าที่ และความรับผิดชอบ มีน้ำอุปโภคบริโภค มีไฟสว่าง และมีทางที่ดี ตนจะพยายามขับเคลื่อนให้เร็วที่สุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังป้องกันชายแดน

รมว.กลาโหม กล่าวว่า ส่วนเรื่องความมั่นคงของชาติ ต้องตั้งอยู่บนกองทัพที่มีความพร้อมรบ กระทรวงกลาโหมจะพัฒนาศักยภาพกองทัพ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับภัยคุกคามในศตวรรษที่ 21 ในมิติทางด้านเทคโนโลยี การข่าวและอีกหลายมิติเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ขณะที่ การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จะดำเนินการภายใต้ความคุ้มค่าโปร่งใสตรวจสอบได้ ในลักษณะของการพึ่งพาตนเองให้ได้ในระยะยาว เพราะความมั่นคงไม่ใช่แค่การมีอาวุธ แต่คือการมีความสามารถ และเสริมสร้างอำนาจการรบ ซึ่งกระทรวงกลาโหมมีหน่วยงานที่มีภารกิจในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาวิศวกร 2 ประเภทหลักๆ คือ หน่วยงานรูปแบบองค์กรมหาชน เช่น สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และบริษัทอู่ต่อเรือกรุงเทพ อีกประเภทคือหน่วยงานราชการ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ซึ่งในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีช่วยสร้างการได้เปรียบ แต่ที่สำคัญเราต้องเป็นผู้สร้างไม่ใช่ผู้ใช้อย่างเดียว ดังนั้น การลงทุนเพื่อป้องกันประเทศคือการลงทุนด้านอธิปไตย

Advertisement

รมว.กลาโหม กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลจะดำเนินนโยบายพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านนโยบายทหารอาสา เพราะมองว่าประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้หากเป็นทหารในรูปแบบสมัครใจ จะได้เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า และมีศักดิ์ศรี จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็นหน้าที่และเสียโอกาส แต่เราจะทำให้ได้รับโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โอกาสในการฝึกสมรรถภาพร่างกายและระเบียบวินัย โอกาสในการได้รับค่าตอบแทนที่เพียงพอดำรงชีพ โอกาสในการเพิ่มวุฒิการศึกษาตามที่ต้องการ และโอกาสในการประกอบอาชีพเมื่อปลดประจำการ เพื่อให้ทหารอาสาเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสริมความมั่นคงของชาติและเป็นทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว ซึ่งตนขอยืนยันว่าจะตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องทหารอาสาอย่างรอบคอบ โดยประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในและนอกกองทัพ

รมว.กลาโหม กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงกลาโหมพร้อมรับคำแนะนำเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นทหารอาชีพพร้อมทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ตามหลักการ “เราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”