‘ชวน’ ซัดนักการเมืองต้องไม่ทุจริต ไม่เข้ามาเอาทุนคืนจากซื้อเสียง แนะทำความเข้าใจปัญหาชายแดนใต้ ขอคำแนะนำจาก ‘วิษณุ’ หาทางออก ฝากสานต่อนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 เมษายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนมีส่วนร่วมอภิปรายนโยบายรัฐบาลทุกสมัย ยกเว้นช่วงที่มีหน้าที่ตำแหน่ง เช่น เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และทุกครั้งหลักคือ ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ไม่ใช่เป็นเพียงคำขวัญของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นความจริง เราไม่ใช่นักการเมืองสมัยเดียว จะพูดอะไรไป โกหกหลอกลวง คนอื่นก็รู้ เราก็เสียหาย ฉะนั้นก็ระมัดระวังจะพูดอะไรก็ตามความเป็นจริง และอยากให้เราจงรับเอาความจริง ซึ่งจะทำให้เราแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้
นายชวนกล่าวอีกว่า ดังนั้น จะไม่มีคำอะไรที่โกหกหลอกลวง ให้ร้ายป้ายสี หรือยกย่องเกินเหตุที่เกินความเป็นจริง เงื่อนไขคือรัฐบาลต้องเขียนคำแถลงนโยบายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และถือว่าโดยทั่วไปก็เป็นที่ยอมรับกันได้ แม้จะมีบางเรื่องที่อยากจะเห็น แต่ไม่มี แม้จะเป็นความปรารถนาของประชาชน เช่น นโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ ตนอยากจะเห็น เพราะเป็นความหวังของคนสูงอายุ คนเหล่านั้นไม่ใช่คนห้อยเปลี้ยเสียขา

“ไม่ใช่คนที่รออนุบาลแบบอนาถา แต่เป็นคนที่รับใช้บ้านเมืองมา เพียงแต่ไม่ใช่ข้าราชการที่มีบำเหน็จบำนาญ แต่ในฐานะเกษตรกร กรรมกร ในช่วงวัยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลบ้าง อย่างน้อยได้รับหลักประกัน ซึ่งผมเป็นคนริเริ่มมา และหลังจากนั้นรัฐบาลอื่นก็ยอมรับภายใต้เงื่อนไขนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องให้ปลาแทนให้เบ็ด แต่เป็นเรื่องจริงที่เราดูแลผู้สูงอายุของเรา จึงฝากรัฐบาลให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย” นายชวนกล่าว
นายชวนกล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันตั้งแต่การแถลงนโยบายครั้งที่แล้ว เรื่องการเริ่มวางรากฐานประเทศเพื่อนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ตนเห็นด้วยกับนโยบายนี้ แต่ขอเสนอว่าความประสงค์ที่จะวางรากฐานเพื่อมีผลต่อไปในอนาคต เราทำเรื่องการเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบอยู่ด้วย ให้สุจริตเที่ยงธรรมดีหรือไม่ แต่เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไทย ไม่ได้ตอบ แต่ตนไม่ลดละความพยายาม ยังขอให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยดูแลให้เกิดความเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง แม้ส่งจดหมายจะไปไม่มีผล แต่ก็ภูมิใจว่าตนไม่ดูดายในเรื่องนี้
นายชวนกล่าวต่อว่า นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงนั้นหลัก 3 ประการ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตนเห็นด้วยว่าจะพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้มีความมุ่งมั่น ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ตนไม่เชื่อว่าหากสนับสนุนการปกครองในระบอบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขจริง การปฏิบัติแต่งกายด้วยสีสันให้เป็นสัญลักษณ์ ไม่มีผลอะไรเลย เพียงแต่ท่านยังทุจริต โกงกิน ก็ไม่ใช่การสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่วนการยึดหลักนิติธรรม รับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และบริหารราชการแผ่นดินตามหลักธรรมาภิบาล เรื่องนี้ตนเองเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง โดยพฤติกรรมที่ผ่านมานั้น บางเรื่องยึดหลักแทรกแซงทั้งการเลือกวุฒิสมาชิก บางเรื่องก็ไม่ตรงไปตรงมา

นายชวนกล่าวด้วยว่า นโยบายเกี่ยวกับแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากบอกว่าปัญหาในภาคใต้ไม่ได้มีแค่ 3 จังหวัด จังหวัดสงขลาก็มีส่วนด้วย ควรจะเข้าไปศึกษาเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่ในหลวงพระราชทานคำแนะนำให้ หลังเกิดปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ จนเกิดความรุนแรงจนแก้ไม่ตก จึงแนะนำว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมควรจะศึกษาเรื่องนี้ ปัญหาเรื่องความไม่สงบ โดยส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดของนโยบายเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2544 คือนโยบายนอกหลักนิติธรรม เมื่อเราตั้งใจแก้ปัญหาโดยการนำพระราชดำริมาใช้ ต้องรู้ว่าที่มาเป็นอย่างไรด้วย จึงขอแนะนำให้รัฐบาลหารือกับนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ควรศึกษาเรื่องนี้ด้วย
นายชวนกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นปรากฏอยู่ในนโยบาย ปัญหาคอร์รัปชั่นเชิงโครงสร้างจะปราบอย่างจริงจัง ในคำแถลงนโยบายควรใช้ภาษาไทย อย่างองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือที่เขียนว่า OCD เช่นเดียวกับคำว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ Ai อย่างน้อยให้เกียรติภาษาพ่อภาษาแม่ของเรา หากนักการเมืองมาจากระบบการซื้อเสียง เราจึงได้เห็นว่าความน่าเชื่อถือรัฐบาลลดน้อยลง เพียงแค่น้ำมันขาดแคลน คนทั้งประเทศไม่เชื่อว่าไม่มีการกักตุน และน่าจะมีการถอนทุนคืนจากการใช้เงินซื้อเสียงในช่วงที่ผ่านมา จะจริงเท็จอย่างไร แต่ความเชื่อเกิดจากความไม่น่าเชื่อถือของพฤติกรรมที่มาของนักการเมือง จึงสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น เรื่องนี้ต้องปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงแค่ถ้อยคำที่เลื่อนลอยจากนโยบาย
นายชวนกล่าวว่า ยินดีที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้เรื่องการโกงและรู้สึกละอาย แต่ข้าราชการเหล่านั้นที่นายกรัฐมนตรีพูดด้วยก็มาจากนักการเมืองทั้งนั้น ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการในกระทรวงเสียกำลังใจ คนที่พูดเรื่องนี้ปัจจุบันก็อยู่ในพรรคภูมิใจไทย เพราะการแต่งตั้งข้าราชการไม่ตรงไปตรงมา มุ่งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบันก็เป็นคนดี แต่ท่านจะอยู่อยู่ยาวถึง 7 ปี ดังนั้น การแต่งตั้งข้าราชการเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น และเรื่องนี้เราจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ หากเราไม่ตัดวงจรอุบาทว์ทางการเมือง คือการที่นักการเมืองซื้อเสียง โกงและมหาผลประโยชน์ แล้วก็นำเงินดังกล่าวไปซื้อเสียง แล้วก็ต้องมาจากข้าราชการที่โกง จึงอยากฝากรัฐมนตรีใหม่อย่าสนับสนุนเรื่องการโกง อยากให้นำข้าราชการที่ดีเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง หากได้ข้าราชการที่ดี รัฐมนตรีเข้ามาแค่ชั่วคราว แต่ข้าราชการอยู่ยาว เขามีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้
“จึงฝากบอกนายกรัฐมนตรีว่าเมื่อท่านรู้สึกอายกับเรื่องเหล่านี้ ท่านจะต้องไม่ทำอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง สิ่งที่ผ่านมาแล้วเป็นเรื่องที่ผมไม่อยากให้เราลบเลือนอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น ต้องทำให้เป็นไปโดยถูกต้อง เพราะฉะนั้น จะแก้ปัญหาไม่ได้ และเข้าใจว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรีถูกร้องในบางเรื่อง และเรื่องที่ร้องผมได้ดูได้อ่านข้อเท็จจริง หรือไม่ก็ตามแต่ หากเรื่องที่ร้องโดยเฉพาะการแทรกแซงการเลือกวุฒิสมาชิก หากไม่จริง คนร้องติดคุกตลอดชีวิต ติดคุกหัวโต นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของรัฐบาล ไม่ใช่ความมั่นคงของชาติ หากเรายึดความมั่นคงของชาติ เราจะทำให้เรื่องนี้เป็นจริง ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก เราต้องยอมรับความเป็นจริง มิฉะนั้น จะแก้ปัญหาประเทศไม่ได้” นายชวนกล่าว

นายชวนกล่าวว่า ขอนำพระบรมราโชวาทของในหลวงที่ทรงรับสั่งกับพวกเราในวันเปิดสภา ให้ยึดความถูกต้องในการปฎิบัติหน้าที่ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ปรากฏการณ์ในประเทศที่ไม่ถูกต้องจึงรับสั่งเช่นนี้ เช่นเดียวกับพระราชดำรัสในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ซึ่งมีถ้อยคำที่ซ้ำกัน เมื่อเปรียบเทียบคล้ายกับปี 2552 และปี 2553 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งซ้ำ ขอให้ท่านทั้งหลาย ขอให้พิจารณาหน้าที่ท่านให้ถ่องแท้ว่าหน้าที่คืออะไร ซ้ำเพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในปีนั้น คือการทำลายการประชุมระหว่างประเทศ การเผาบ้านเผาเมือง และเรามีเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง แต่คนเราละเลยไม่ทำหน้าที่ ด้วยเหตุผลไม่อยากให้นายโกรธ เพราะเด็กของนายไปก่อเหตุวันนี้ ก็มีปรากฏการณ์หลายเรื่องที่ทำให้เห็นว่าน่าจะมีสิ่งบางอย่างที่ไม่เกิดขึ้นโดยชอบ ทำให้เกิดปัญหา ที่มีพระราชดำรัสรับสั่งเรื่องนี้
นายชวนกล่าวต่อว่า หวังอย่างยิ่งว่านโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงนั้นจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นระหว่างประเทศขึ้นมา ความมั่นคงภายในนั้นต้องเป็นความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล หากรัฐบาลเอาความมั่นคงตัวเอง มองข้ามความมั่นคงของชาติ คือทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยากที่โลกจะเชื่อมั่นประเทศไทย เพราะพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้มีผลต่อนักการเมืองเท่านั้น แต่มีผลต่อองค์กรอิสระทั้งหลายที่ต้องทำหน้าที่ อะไรก็ถูกก็ถูก อะไรผิดก็ผิด วิธีนี้เท่านั้นที่ทำให้ประเทศของเรามีความมั่นคงเป็นที่น่าเชื่อถือของนานาประเทศ

