‘เอกนัฏ’ ลั่นไม่เกรงใจนายทุน โวงัด พ.ร.ก.คุมราคาหน้าโรงกลั่น จ่อรื้อเกณฑ์กองทุนน้ำมันปรับโครงสร้างพลังงาน เล็งเปิดเสรีโซลาร์เซลล์-ปรับค่าไฟขั้นบันได
เมื่อเวลา18.40 น. วันที่ 10 เมษายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลุกขึ้นชี้แจงว่า ไม่เคยปิดกั้นความหวังดีจากเพื่อนสมาชิกทุกคน และก่อนจะเข้ามารับตำแหน่ง เดิมทีคิดวางแผนเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างพลังงานของประเทศชนิดที่เรียกว่าพลิกโฉม เพราะตระหนักดีว่าการบริหารจัดการพลังงานของประเทศเป็นยุทธศาสตร์ และเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเรื่องพลังงานแทนที่จะเป็นปัจจัยในการเกื้อหนุนให้กลุ่มนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศกลายเป็นอุปสรรค และต้นทุนของพลังงาน เป็นต้นทุนสำคัญในเรื่องปัจจัยค่าครองชีพของประชาชน แต่เมื่อเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำมัน
นายเอกนัฏกล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าปัจจัยนี้อยู่เหนือการบริหารจัดการขอบเขตอำนาจของรัฐบาลไทย แต่ส่งผลกระทบเต็มๆ ต่อความเป็นอยู่ สถานะทางเศรษฐกิจของประเทศ ตนพยามเข้ามาจัดการปัญหาทันที และเข้าใจความรู้สึก ความเดือดร้อนใจของประชาชน ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานก็ทำทันที และเรียกกลุ่มผู้ประกอบการเข้าไปพูดคุยการบริหารนโยบายพลังงาน

“เรามีอาวุธและกำลังในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเล็กน้อยมาก น้ำมันที่ขาดแคลนส่งผลกระทบหนักซึ่งสิ่งที่เรามีคือกองทุนน้ำมัน และรับฟังเพื่อนสมาชิกที่บอกว่าบางทีน้ำมันก็ขึ้นเยอะเกิน ลดน้อยเกิน สิ่งแรกที่จะทำ คือการผ่าตัดกองทุนน้ำมันซึ่งผมเองตกใจมากว่าทำไมถึงมีอำนาจมากมายขนาดนี้ โดยกองทุนมันสามารถนำเงินมหาศาลเข้ามาอุดหนุนกองทุนน้ำมันเท่าไหร่ก็ได้ หากตามเจตนาของกองทุนน้ำมันมีกระเป๋าเงินเพียง 20,000 ล้านบาท ในการจัดการสถานการณ์แบบนี้ หากผมสวมหมวกนักการเมือง และต้องการคะแนนเสียงก็จะลดราคาน้ำมันให้ถูกที่สุด ผมมีอำนาจ แต่ในความคิดเห็น ไม่ควรมีองค์กรหรือกองทุนไหนที่มีอำนาจมากมายขนาดนั้น” นายเอกนัฏกล่าว
นายเอกนัฏกล่าวว่า ตนเตรียมพร้อมหากจัดการสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติ และตั้งใจปรับเกณฑ์การทำงานของกองทุน หากเจตนาของกองทุนมีเพียงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท ในการใช้สำหรับชะลอผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ให้สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลต่อราคาน้ำมันในประเทศมากเกินไป ควรจะต้องมีลิมิตในการทำงานมากกว่านี้ ไม่ใช่อยากจะอุดหนุนเป็น 1-2 พันล้านบาท ก็ทำได้ เกณฑ์เหล่านี้ต้องเปลี่ยนไป รวมถึงการคำนวณอัตราต่างๆ ที่ต้องโปร่งใสมากขึ้น และเรื่องค่าการตลาดที่ต้องมีการดูไม่ให้พุ่งขึ้นและพุ่งลง ซึ่งอาจขาดเสถียรภาพในการจัดการบริหาร ตนต้องระมัดระวังและรอบคอบ ที่ฝ่ายค้านบอกให้คุยกับแทคโนแครต เราได้พูดคุยกันอยู่ตลอด แต่หากต้องใช้อำนาจในการจัดการ เราก็ทำหน้าที่เรา และตนเป็นรัฐมนตรีคนแรกที่ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปี 2516 ในการป้องกันและแก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมัน ให้สามารถกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น การใช้เงินกองทุนน้ำมันไม่ต่างอะไรกับการใช้เงินของผู้ใช้น้ำมันในอนาคตมาชดเชยให้สามารถ ใช้น้ำมันในราคาถูกลงในปัจจุบันได้
นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า ในสถานการณ์แบบนี้กลไกตลาดที่เคยทำงานทำงานไม่ปกติ ทำให้ค่าการกลั่นดูแล้วบ่งชี้ว่าโรงกลั่นน่าจะมีกำไรมากเกินไป ซึ่งถือว่าโชคดีที่ประเทศไทยมีโรงกลั่นที่สามารถกลั่นน้ำมันได้เพียงพอต่อการใช้ แต่กลไกเดิมเราทำเสมือนว่าประเทศไทยไม่มีโรงกลั่นเลยอ้างอิงราคาสิงคโปร์ และบวกราคาพรีเมียม บวกราคาหน้าโรงกลั่น แทนที่จะให้กองทุนน้ำมันไปแบกรับภาระไว้ทั้งหมดในช่วงเวลาแบบนี้เป็นความรับผิดชอบของโรงกลั่นที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทยต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน ควรแบ่งเบาภาระ และแบกภาระในเวลานี้ ไม่ใช่หากำไรมากจนเกินควร จึงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มีราคาตลาดสิงคโปร์มาเป็นราคาหน้าโรงกลั่น อย่าให้มีราคามากผิดปกติ
นายเอกนัฏกล่าวว่า การทำงานของตนไม่เกรงใจใคร ยึดตามกฎหมาย เมื่อกฎหมายให้อำนาจเรา เราก็เห็นถึงประโยชน์ส่วนรวม และให้ความเป็นธรรมกับประชาชน คิดว่าควรถือโอกาสนี้ในการปรับปรุงกองทุนน้ำมันให้ชัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบให้สมดุลได้ ไม่ใช่มอบอำนาจให้ทำอะไรก็ได้ โดยที่ไม่มีใครรู้เลย และขอให้การลดภาษีสรรพสามิตเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่รัฐบาลจะใช้ ในภาวะวิกฤตที่รัฐบาลต้องการเงินไปช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าให้ประชาชนที่เดือดร้อน ตนก็เลยตัดสินใจว่าขอให้การใช้กลไกบริหารจัดการของกองทุนก่อน สถานภาพของกองทุนเริ่มคงที่ และเน้นใช้การลดราคาค่าโรงกลั่น

นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า ในเวลาแบบนี้ไม่ปล่อยให้เอกชนมากำกับการทำงานของรัฐบาล แต่รัฐบาลต้องกำกับการทำงานของเอกชน ไม่ให้ซ้ำเติมสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่เดือดร้อนอยู่แล้ว ยืนยันว่าช่วงเวลาแบบนี้จะไม่ใช้ความมั่วในการบริหารสถานการณ์ที่มั่วๆ แบบนี้ ต้องใช้ความรอบคอบ และสติในการบริหารจัดการ และทุกอย่างไม่แน่นอนต้องเตรียมความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และได้บอกประชาชนให้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากที่สุดและเตรียมใจและอาจต้องปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิต
ส่วนประเด็นเรื่องน้ำมันที่มีการต้องนำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา และโปร่งใส น้ำมันที่ออกไปยังผู้ค้ารายย่อยเป็นปริมาณเท่าไหร่ ต้องตรวจเช็คข้อมูลสถานะ พร้อมตรวจดูทุกข้อมูลตั้งแต่เดือนมีนาคม และหากว่าพบข้อมูลที่ผิดปกติ ตนเองเอาจริงและเอาตายแน่นอน
ส่วนความมั่นคงด้านพลังงาน เราต้องคิดว่าหากเกิดสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ในอนาคต เราต้องเตรียมความพร้อม เราส่งเสริมอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งจะนำมาทดแทนการนำเข้าน้ำมันดิบที่ใช้ในประเทศถึงจะใช้แพงแต่เงินทุกบาท ทุกสตางค์ จะถูกส่งเป็นรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรชาวไทย รวมไปถึงการสำรองน้ำมันของประเทศก็ต้องคิด และวันนี้ต้องมานั่งคิดว่าประเทศไทยจะมีคลังน้ำมันเป็นของตัวเองสักทีได้หรือไม่ อีกทั้งยังเดินหน้าเข้าสู่การผลิตใช้ไฟฟ้า และจริงที่วันนี้ราคาค่าไฟขึ้น ซึ่งเราต้องนำเอารายได้ของการไฟฟ้านำมาชดเชยส่วนต่างระหว่าง 3.95 บาท กับ 3.88 บาท ซึ่งเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบาย ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่นำเงินรัฐบาลไปชดเชยส่วนกลางเท่านั้น ตอนนี้เราต้องช่วยกันคิดนอกกรอบ และเตรียมให้ได้มีการพิจารณาโครงสร้างไฟใหม่ ให้ผู้ที่ใช้ไฟน้อยใช้ในอัตราที่ถูกกว่าผู้ที่ใช้ไฟมากขึ้นตามขั้นบันได ยืนยันว่าสามารถทำได้ และจะเดินหน้าทำอย่างแน่นอน
อีกทั้งจะส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือการผลิตไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ ยืนยันว่า ทุกขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์นั้น จะต้องลดอุปสรรคเหล่านั้นให้หมด ทำให้สะดวกที่สุด อีกทั้งยังมีมาตรการส่งเสริม ลดหย่อนภาษีอัตราดอกเบี้ยถูกส่งเสริมให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์ไว้ใช้เอง และหากผลิตมากพอสามารถขายไฟคืนระบบได้ และเชื่อว่าหากทำทุกอย่างควบคู่กัน ค่าไฟอาจจะถูกกว่าหน่วยละ 3 บาทเลยก็ได้ ต้องเปิดโอกาสให้มีการรับซื้อไฟตรงและเปิดตลาด ให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น
นายเอกนัฏกล่าวย้ำว่า คิดว่าการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีที่ตั้งตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็เป็นสิ่งยืนยันว่าตนไม่เกรงใจนายทุนที่ไหนมากไปกว่าประชาชนแน่นอน ยืนยันว่าคนอย่างตนเองพูดแล้วทำ และจะเริ่มทำทันที จะไม่ยอมจนกว่าจะทำสำเร็จ

ด้าน นายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ขอใช้สิทธิพาดพิงว่า ขอขอบคุณที่รัฐมนตรีลุกขึ้นมาตอบ เห็นความจริงใจและเจตนาดีในการแก้ไขปัญหา และอีกหลายข้อที่ท่านได้พูดถึง เราเห็นตรงกันทั้งฝั่งรัฐบาล หรือฝั่งฝ่ายค้านเอง ยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ขอให้เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องราคาน้ํามันหน้าโรงกลั่นที่ลดลงไปแล้ว 2 บาท แล้วโรงกลั่นยังได้กําไรอยู่เท่าไหร่ ถ้ามีข้อมูลตรงนี้ ยังไม่ต้องเปิดเผยตอนนี้ก็ได้ แต่ขอให้เปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ เพื่อทําให้พวกเขาสามารถมั่นใจได้ยิ่งขึ้นว่าไม่มีใครกําลังหากินบนราคาน้ํามันของพวกเขาอยู่ และขอฝากการบ้าน ทั้งเรื่องน้ำมันและไฟฟ้า ซึ่งเข้าใจดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะทําตามในสิ่งที่เราเสนอ
นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอฝากประเด็นที่มีการตั้งคําถาม แต่รัฐมนตรียังไม่มีโอกาสได้ตอบ ประโยคที่ตนฟังแล้วชอบมากที่สุดจากคําชี้แจงคือท่านไม่เกรงใจนายทุน แต่เรื่องที่ท่านไม่ได้ตอบอาจมีผลกระทบและเกี่ยวข้องกับนายทุนอยู่บ้าง คือเรื่องโครงสร้างหลักสูตรการคํานวณการซื้อไฟ ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่อาจเอื้อให้ภาคเอกชนสามารถทํากําไรเพิ่มขึ้นได้ ในกรณีที่ค่าแก๊สที่ท่านพูดถึงไป มีอัตราที่สูงขึ้น และอีกเรื่องที่มีการตั้งข้อสังเกตไปคือระบบการซื้อแก๊ส LNG เข้า Pool Gas ซึ่งมีช่องโหว่ที่ทําให้เอกชนผู้นําเข้า LNG สามารถซื้อ LNG ในราคาที่ถูกกว่าราคาที่นํามาขายให้กับ กฟผ.ใน Pool Gas และส่งผลให้ค่าไฟของประชาชนสูงเกินไป

