“อนุทิน” ถามกลับ ตรงไหนไม่ปรากฏ หลังถูก สส. ตั้งข้อข้อสงสัย คำแถลงนโยบายไม่มีเรื่องแก้ รธน. ยัน แก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นคำสั่งของประชาชน สั่งลุยผ่านกลไกรัฐสภา ลั่น ต้องปราบให้สิ้นซาก เตรียมลงนราธิวาส 17 เม.ย. ติดตามคดียิง “กมลศักดิ์” ย้ำ ดำเนินการเด็ด ขาดเฉียบขาด
เมื่อเวลา 22.37 น. วันที่ 10 เมษายน ที่อาคารรัฐสภา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคฝ่ายค้านอภิปรายว่า นโยบายรัฐบาลไม่มีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะดำเนินการต่อไปได้อย่างไร นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า ตรงไหนที่ไม่ปรากฏ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นยิ่งกว่านโยบาย เพราะผ่านการทำประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์มาแล้ว ซึ่งมติของประชาชนก็ท่วมท้นอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นคำสั่งของประชาชนที่เราต้องดำเนินการ
แต่การดำเนินการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้เรียบร้อยแล้วว่า ต้องเริ่มต้นที่กระบวนการรัฐสภา โดยรัฐบาลเป็นผู้อำนวยความสะดวกในทุกด้าน และวันนี้รัฐบาลก็ทราบแล้วว่ามีการทำประชามติเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและจัดทำร่างฉบับใหม่ขึ้นมา
เมื่อถามว่าจะนำร่างที่ค้างไว้ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมา หรือเริ่มต้นจากคณะรัฐมนตรีเสนอใหม่ นายกฯ กล่าวว่า ให้เริ่มที่กระบวนการรัฐสภา
นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสในวันที่ 17 เมษายนนี้ ว่า ตนจะลงพื้นที่ไปเพื่อติดตามและให้กำลังใจ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ในคดีการลอบยิง ซึ่งคดีนี้เร่งรัดแล้วไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางกอ.รมน.
” สส. ยังไม่ปลอดภัยรับไม่ได้หรอกครับ ขนาดสส. ที่มี ประสบการณ์ขนาดนี้มันไม่ได้หรอกครับ ประเทศนี้จะแก้ไขปัญหาด้วยการเอาชีวิตกัน ทำร้ายร่างกายกันผมต้องปราบปรามให้สิ้นซาก การทำร้ายกันแบบนี้มันก็ไม่จบไม่สิ้นทุกคนมีพรรคมีพวก มีเครือข่าย เห็นไหมว่าตนถือไม่ยอมผ่อนคลายเรื่องอาวุธปืน นี่ขนาดเข้มมา 3 ปี ก็ยังมีมือปืนมีอะไรอยู่ เราต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เฉียบขาด คนที่ที่ทำผิดอยู่ก็ไปพิจารณาเอาเอง ” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่าเป็นห่วงเรื่องของการตัดตอนคดีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการเรื่องนี้ อย่างเต็มที่ ตนให้ความสำคัญเรื่องนี้มากตอนนี้นายกมลศักดิ์ก็มาอยู่ในสภาด้วยกัน เมื่อวานตนก็ได้พูดคุยและได้ข้อมูลมาเยอะ ซึ่งตนได้ถ่ายทอดข้อมูลนี้ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการให้เต็มที่
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ทหารและ กอ.รมน. นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้แทงหนังสือไปที่เลขากอ.รมน. ซึ่งตนสั่งการโดยตรงได้เพราะเป็นผอ.กอ.รมน. ส่วนที่มีการใช้รถของกอ.รมน. ตรงนี้ก็มีกระบวนการสอบสวนที่ทำหน้าที่อยู่ คนอนุมัติก็ต้องผิด แต่คนที่ผิดยิ่งกว่าคือคนที่ทำร้าย ซึ่งเราต้องไปดำเนินคดีจับกุมและปราบปราม ขยายผลทุกอย่างซึ่งทางตำรวจมีกระบวนการของเขาอยู่แล้ว


