‘พร้อมพงศ์’ แนะ ‘รัฐบาล’ เร่งคลอดมาตรการลดค่าครองชีพ ดันคนละครึ่งเฉพาะกิจ ช่วยค่าน้ำมัน-ค่าเดินทาง ชี้ไม่มีฮันนีมูนสำหรับรัฐบาล เตือนหลังสงกรานต์ เสี่ยงเข้าสู่โหมดเผาจริง
เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นว่า ถือว่ารัฐบาลได้เข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเต็มตัว มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูนพีเรียดให้รออีกต่อไป โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังเผชิญกับปัญหาปากท้องอย่างหนัก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับรายได้ของประชาชน รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรที่ยังตกต่ำ
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังหลังการแถลงนโยบายคือการได้เห็นมาตรการที่ตัดสินใจเร็ว เห็นผลจริง ไม่ใช่เพียงการติดตามสถานการณ์หรือขอความร่วมมือให้ประหยัดพลังงาน รัฐบาลขอให้ประชาชนลดการใช้พลังงาน รัฐก็ต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบและตรงจุด
“วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแพง แต่คือค่าครองชีพทั้งระบบที่กำลังเพิ่มขึ้น น้ำมันขึ้นวันเดียว แต่ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งค่าขนส่ง ค่าอาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค สะท้อนชัดว่าสิ่งดังกล่าวคือ ต้นทุนชีวิตของคนทั้งประเทศที่ภาครัฐต้องเร่งเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง” นายพร้อมพงศ์กล่าว
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ขอเสนอว่ารัฐบาลควรพิจารณาออกโครงการคนละครึ่งเฉพาะกิจ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยเพิ่มวงเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และออกแบบให้สามารถช่วยค่าน้ำมันและค่าเดินทางได้ในลักษณะส่วนลดหรือร่วมจ่าย ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน มุ่งช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และภาคขนส่งรายย่อย พร้อมกำหนดเพดานวงเงิน ระบบตรวจสอบ และกลไกป้องกันการสวมสิทธิอย่างรัดกุม เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและถึงมือประชาชนจริง
นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเร่งดำเนินมาตรการเสริมควบคู่กัน ทั้งการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว การดูแลราคาพืชผลทางการเกษตรให้เป็นธรรม ลดการเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและภาคขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านพลังงานโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังมีความผันผวนสูง และอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในระยะต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ช่วงสงกรานต์ จะเห็นได้ว่าหลายครอบครัวต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต งดการเดินทาง งดการท่องเที่ยว เพราะภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หลังจากนี้มีความน่ากังวลว่าสถานการณ์อาจเข้าสู่โหมดเผาจริง ทั้งในมิติของราคาสินค้า ค่าครองชีพ และความเดือดร้อนของประชาชนในหลายภาคส่วน เชื่อว่ารัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในเวลานี้ประชาชนต้องการมากกว่าการติดตามคือการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มาตรการต่างๆ ลงไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีและตรงจุด วันนี้ไม่มีฮันนีมูนสำหรับรัฐบาล ประชาชนกำลังเผชิญกับความจริงที่หนักขึ้นทุกวัน เพราะน้ำมันขึ้นวันเดียว แต่ประชาชนต้องจ่ายทุกวัน และทุกวันที่มาตรการล่าช้า คือวันที่ภาระของประชาชนเพิ่มขึ้น” นายพร้อมพงศ์กล่าว

