112 อาจารย์-องค์กรสิ่งแวดล้อม-ปชช. เรียกร้อง ครม.อนุทิน ชะลอแลนด์บริดจ์ จี้โชว์ความจริงใจ เปิดเผยรายงาน EHIA ทุกฉบับ ต่อสาธารณะ
เมื่อวันที่ 11 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ Beach For Life Thailand เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกของ 112 นักวิชาการ องค์กรสิ่งแวดล้อม และภาคประชาชน พร้อม 5 ข้อเสนอ/กังวล ที่มีถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้เกิดการทบทนและศึกษาใหม่โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) โดยจดหมายลงวันที่ 10 เมษายน 2569 ระบุดังนี้
จดหมายเปิดผนึกจากนักวิชาการ องค์กรและนักกิจกรรมทางสิ่งแวดล้อม และภาคประชาชน
ถึงคุณอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง รวมถึงการเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและคมนาคม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น
บรรดานักวิชาการ องค์กรและนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อม รวมถึงประชาชน ซึ่งได้ติดตามโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง มาโดยตลอด พบปัญหาและความบกพร่องในการศึกษารายงานความเหมาะสมและความคุ้มค่า รวมถึงรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง ดังนี้
1.ความไม่เหมาะสมและความคุ้มค่า พบว่า รายงานการศึกษาความเหมาะสมแลความคุ้มค่าโดย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะเจ้าของโครงการนั้น ไม่สอดคล้องกัน โดยรายงานของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่าการลงทุนในโครงการดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมและไม่มีความคุ้มค่าในฐานเศรษฐศาสตร์ในการลงทุน
2.การศึกษาไม่ครอบคลุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่กระทบต่อวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง แต่การศึกษาโครงการกลับแยกส่วนการศึกษาตามโครงการ และกำหนดขอบเขตการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในแต่ละโครงการ/กิจการ เพียง 5 กิโลเมตร ซึ่งมิอาจครอบคลุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบได้จริง เมื่อการศึกษาไม่ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบหรือสิ่งแวดล้อมที่จะกระทบจากการดำเนินโครงการย่อมมิอาจสะท้อนความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการได้
3.ความบกพร่องในการศึกษา ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมริ่ว และท่าเรือน้ำลึกแหลมอ่าวอ่าง พบว่ามีข้อบกพร่องและความคลาดเคลื่อนของข้อมูลจากความเป็นจริงหลายประการ อาทิ จำนวนและชนิดของสัตว์หน้าดินที่ต่ำกว่าความเป็นจริงไม่สอดคล้องกับรายงานการศึกษาในอดีตที่ผ่านมา จำนวนบุคคลากรทางการแพทย์มีมากผิดปกติในโรงพยาบาบประจำอำเภอ การขาดการศึกษาและประเมินสถานการณ์ หรือเหตุการณ์สำคัญที่อาจมีผลกระทบกับโครงการ เช่น แผ่นดินไหว น้ำมันรั่ว ไฟไหม้ เป็นต้น ทั้งหมดนี้คือความบกพร่องของรายการการศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ต้องกลับไปทบทวนและทำการศึกษาใหม่
4.การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังความคิดเห็นของโครงการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง มีเพียงกลุ่มข้าราชการ และหน่วยงานที่เป็นสัดส่วนหลักในการเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบของโครงการอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการเสนอแนะให้ความเห็นต่อผลกระทบ ความห่วงกังวลที่จะเกิดขึ้นจากโครงการได้
5.การพัฒนาที่ขัดแย้งกับกับสภาพพื้นที่ ระบบนิเวศ สภาพพื้นที่ของจังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร ซึ่งมีฐานทรัพยากรที่สมบูรณ์ มีระบบนิเวศที่หลากหลาย ถูกเสนอขึ้นทะเบียนให้อยู่ในบัญชีรายชื่อพื้นที่ที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งโครงการแลนด์บริดจ์นั้นขัดแย้งและไม่สอดคล้องกับทิศทางและศักยภาพของพื้นที่อย่างชัดเจน
ทั้งห้าประเด็น คือสาระสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล่อมและสุขภาพ (EHIA) เพื่อการขับเคลื่อนและผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดนั้นมีปัญหาและมีความบกพร่องอย่างร้ายแรง
ที่ผ่านมาภาคประชาชน นักวิชาการพยามท้วงติงและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง แต่สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ปฏิเสธการเปิดเผยรายงาน EHIA ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำชาญการ โดยให้เหตุผลในการปกปิดรายงานถึงเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ และก่อให้เกิดความเป็นธรรม จึงปฏิเสธการเปิดเผยรายงานต่อสาธารณะ
การกล่าวอ้างหลักกฎหมายที่เลื่อนลอยไม่มีเหตุผลเช่นนี้ ย่อมทำให้กระบวนการในการพิจารณารายงานมีความไม่โปร่งใส ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ย่อมสะท้อนความไม่จริงใจ และความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการ
นักวิชาการ องค์กรทางสิ่งแวดล้อม นักกิจกรรม และภาคประชาชน 112 รายชื่อที่ได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ขอเรียกร้องไปยังคุณอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี แสดงความจริงใจและความโปร่งใสต่อการผลักดันโครงการนี้ โดยการเปิดเผยรายงาน EHIA ทุกฉบับ ต่อสาธารณะเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการได้รับรู้ ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบรวมกัน รวมถึงขอให้รัฐบาลทบทวนและชะลอกระบวนการผลักดันโครงการเนื้่องด้วยเหตุผลทางวิชาการที่สำคัญว่าการกระบวนการศึกษาโครงการนั้นมีความบกพร่อง คลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงอย่างยิ่ง จนไม่อาจที่จะนำรายงานการศึกษาความเหมาะสม และรายงาน EHIA ไปใช้ในการเร่งรัดผลักดันโครงการได้
ทั้งนี้ พวกเรามิได้ปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยจำเป็นต้องคำนึงระบบนิเวศ คุณภาพชีวิตของประชาชน และทำให้คนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์จากการพัฒนานั้นอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
ลงวันที่ 10 เมษายน 2569







