หน้าแรก การเมือง นายกฯจ่อบินลง...

นายกฯจ่อบินลงใต้ ฮึ่มย้ายฝ่ายความมั่นคง-ตร. จี้สางคดียิงส.ส.กมลศักดิ์

16.04.26 | 06:00 น.

นายกฯจ่อบินลงใต้ ฮึ่มย้ายฝ่ายมั่นคง-ตร. จี้สางคดียิงส.ส.กมลศักดิ์

เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 17 เมษายนนี้ กรณีคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.เขต 5 นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยคนร้ายใช้รถกอ.รมน.ก่อเหตุ คาดหวังอย่างไรในการแก้ปัญหาว่า สิ่งแรกคือต้องไปทำให้เกิดความมั่นใจ เรามีปัญหามากพออยู่แล้วกับการสู้รบกับผู้ก่อความไม่สงบ การใช้อาวุธมาทำร้ายคนไทยด้วยกันเองในลักษณะลอบสังหาร ลอบทำร้าย มันต้องไม่เกิดกับประเทศไทย ได้กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่าจะต้องเร่งดำเนินคดีและจับตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ดำเนินการไประดับหนึ่งแล้วง

“อาวุธของเรา กำลังของเรา ต้องมีไว้สู้กับคนไม่หวังดีกับประเทศไทย ไม่ใช่มาทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง ผมมีเงื่อนไขมีรูปแบบที่ได้กำชับไปยังฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายตำรวจ ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องมีการย้าย มีการเปลี่ยน วันนี้ไม่ใช่รัฐบาล 4 เดือนแล้ว วันนี้เป็นรัฐบาล 4 ปี ต้องแสดงผลงานต้องตอบสนองนโยบายของรัฐบาล” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการไปให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) หรือไม่ จากเหตุคนร้ายยิงถล่มรถ นายอนุทินกล่าวว่า ให้กำลังใจนายกมลศักดิ์เสมอ เจอที่สภาก็ให้กำลังใจกัน และไม่ได้ให้กำลังใจอย่างเดียวเห็นใจด้วย และไปครั้งนี้ไม่ได้ไปเยี่ยมคนใดคนหนึ่ง แต่ลงไปเพื่อรับฟังสถานการณ์ต่างๆ เพราะยังมีสถานการณ์อื่นๆ อีกมากมาย อย่างที่บอกไปวันนี้เราเป็นรัฐบาลที่สมบูรณ์ มาจากประชาชนและมีเสถียรภาพ ฉะนั้นลงไปเมื่อไปเห็นสภาพหน้างานความเป็นไปต่างๆ ก็จะได้สร้างนโยบายและบอกแนวทางการดำเนินงานต่างๆ ทุกฝ่ายจะต้องทำตามจะต้องปฏิบัติตาม

“งานนี้ถ้ายังมีเกียร์ว่าง หรือแทนที่จะใส่เกียร์ 5 แต่กลับใส่เกียร์ 2 ผมจะดำเนินการให้ดู นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ไม่ใช่คนนี้ ซี 10 ซี 11 คนนี้ผู้บัญชาการ คนนี้ใครจะย้ายไม่ได้ นายกฯย้ายได้ จะย้ายให้ดู” นายอนุทินกล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าจะต้องวัดเคพีไอหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้อง ประเมินเป็น จะประเมินของตนนี่แหละ ไม่ต้องไปเคพีไอที่ไหน ทำงานมาขนาดนี้แล้ว ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนขนาดนี้ ประเมินได้และมั่นใจว่าประเมินไม่ผิด

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชาเรียกร้องให้มีการเปิดด่านชายแดน จ.ตราดและจันทบุรีว่า ยังไม่ได้มีการนัดพูดคุยอะไรกัน และยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ รวมถึงยังไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องรายงาน ย้ำว่ายังไม่มีการเปิดด่าน และยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิด

เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาจะมีการประสานมาจะต้องผ่านทางการทูตใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตอนนี้การทูตยังไม่มี เหลือเพียงเจ้าหน้าที่เฝ้าสถานทูต ทุกอย่างจะต้องเริ่มเป็นขั้นตอน ก่อนจะถึงจุดอื่นใด จะต้องมีการเริ่มฟื้นความสัมพันธ์ ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยถึงจุดนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ร่วมการประชุม AZEC เสร็จ ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ก่อนเริ่มให้สัมภาษณ์ นายกฯถือโอกาสวันสงกรานต์ วันปีใหม่ของไทย มอบองค์นรสิงห์ปราบมาร ครบรอบ 66 ปีการสถาปนาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้กับสื่อมวลชน พร้อมกับแจกคาถาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวว่า “นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา” ขอให้สวด 9 จบ เป็นคาถาของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง

จากนั้น นายกฯกล่าวว่า ปีนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลจะไม่มีการจัดพิธีรดน้ำดำหัว เพราะจะเป็นการรบกวนข้าราชการและเจ้าหน้าที่จัดเตรียมงาน ก่อนพูดติดตลกว่า ตนยังไม่ถึงวัยจะให้รดน้ำดำหัว

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แจกเงินสดแก่ผู้สูงอายุเนื่องในวันผู้สูงอายุ นายอนุทินเอามือมาปิดหูทั้งสองข้าง ทำท่าอ้าปาก และชี้ไปที่หู ก่อนจะบอกว่า ตอนเด็กๆ แม่ด่า เราก็จะทำแบบนี้ บอกว่าหูอื้อไม่ได้ยิน ก่อนนายกฯกล่าวทิ้งท้ายหลังให้สัมภาษณ์อีกว่า หลังจากนี้ยังจะคงให้สัมภาษณ์เพียงสัปดาห์ละครั้ง