“ศรีราห์”เผยพบภาพชายต้องสงสัยมือบึ้ม เร่งพิสูจน์จม.ขู่ รับ”โก๋ตี๋”เป็นหนึ่งในสอบสวน

26.05.17 | 16:16 น.

เมื่อ14.40น.วันที่ 26 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคง ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า หน้าโรงละครแห่งชาติและหน้ากองสลากแห่งเก่าถนนราชดำเนิน กล่าวก่อนประชุมชุดสืบสวนสอบสวน ว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไปจำลองเหตุการณ์ แผนประทุษกรรมการวางระเบิด ของคนร้ายในรูปแบบต่างๆที่จะเป็นไปได้โดยนำข้อมูลจากกองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด เป็นข้อมูลในการทำแบบจำลอง โดยเน้นบริเวณภายในอาคารจุดที่คนร้ายไปวางระเบิด ทั้งนี้เพื่อหาเส้นทางเข้าออกของคนร้ายโดยเชื่อว่าคนร้ายก่อเหตุมากกว่า 1คน โดยชุดสืบสวนจะลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลคาดว่าใช้เวลาประมาณ 2ถึง3วัน ตอนนี้ชุดสืบสวนกำลังไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัว แต่ยอมรับว่าบริเวณจุดเกิดเหตุได้ภาพที่ค่อนข้างไกล โดยไล่ตรวจสอบกล้องทุกตัว ย้อนหลังไป4 ถึง 5 ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเวลาที่สอดคล้องกับการตั้งเวลาของไอซีไทม์เมอร์ จากการตรวจสอบได้ภาพผู้ต้องสงสัยมาพอสมควร ใครที่พฤติกรรมน่าสงสัย ผิดสังเกตก็ตรวจสอบหมด เพราะบริเวณดังกล่าวมีคนเข้าออกจำนวนมากแต่ก็ยอมรับว่าพบชายต้องสงสัย 1 ราย ซึ่งกำลังพิสูจน์ทราบตัวบุคคล

ส่วนกรณีที่พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการกองทัพบก ออกมาระบุว่านายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความผิดมาตรา 112 และคดีความมั่นคงซึ่งหลบหนีอยู่ในต่างประเทศอาจจะมีความเชื่อมโยงเหตุระเบิด รองผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นประเด็นหนึ่งในการสืบสวนสอบสวนเพราะมองว่าเหตุครั้งนี้ใครมีเงินก็จ้างคนมาทำได้ทั้งนั้น การสืบสวนสอบสวนไล่ไปทุกกลุ่มที่มีข้อมูลของการก่อเหตุรุนแรงสะสมอาวุธทั้งที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หรือที่เคยก่อเหตุในพื้นที่กทม. ก่อนหน้านี้ทั้งหมดทั้งเหตุการณ์ระเบิดที่สยามพารากอนเมื่อปี 2557 เหตุเมื่อปี 2559 ใครที่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ก็ต้องสืบสวนสอบสวนให้หมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีนายพลทหารนอกราชการและลูกน้องของนายทหารเข้าไปเกี่ยวข้องพบกันลงบันทึกในสมุดเยี่ยม โรงพยาบาลพระมงกุฏฯ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ข่าวก็คือข่าวยังไม่ได้อยู่ในสำนวนจะไปพูดว่าอดีตทหารหรือทหารทำคงไม่ได้ จะแตกแยกกัน แต่หากมีข้อมูลก็ต้องสืบสวนสอบสวนทั้งหมดว่าเกี่ยวข้องหรือไม่

ถามว่า นายพล ส. พ.ช.เป็นหนึ่งใน แนวทางการสืบสวนสอบสวนหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ก็เป็นประเด็นที่ต้องสืบสวนสอบสวนเหมือนกับข้อสังเกตอื่นๆ แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่อยู่ในสำนวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ หากพาดพิงไปถึงใครก็เอาหมด ฝ่ายกองทัพที่ออกมาระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองเรื่องนี้ก็ยังไม่มีใครมาให้ข้อมูลกับชุดสืบสวนสอบสวนแต่หากข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์เราก็ต้องไปตรวจสอบ การสืบสวนสอบสวนที่ตนกำกับดูแลใช้หลักการ สืบสวนสอบสวนจากในไปหานอกคือสืบสวนสอบสวนจากพยานหลักฐานที่มีจากวัตถุพยานทั้งหมดจากที่เกิดเหตุจนไปถึงตัวคนร้ายไม่ใช่ข้อมูลการข่าวหรือใครเล่าว่าใครบอกว่ามาก่อน เอาหลักฐานมาก่อน เพราะพยานวัตถุเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและมีน้ำหนักขณะที่เรื่องภาพสเก็ตซ์ก็ยังไม่ชัดเจนและตนจะไม่ขอออกหมายจับใครตามภาพสเก็ตช์แน่นอนต้องรู้ตัวบุคคลตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการสืบสวนจนถึงขณะนี้ข้อมูลค่อนข้างสอดคล้องกับทางกองทัพ เป็นไปได้ที่ชี้ไปทางนั้นแต่ในสำนวนการสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆยังไปไม่ถึง จึงยังชี้ไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มใด การสรุปของตำรวจจะต้องขึ้นกับพยานหลักฐานเท่านั้น การที่กองทัพออกมาระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองก็ไม่ได้เป็นการชี้นำการทำงานของตำรวจ แม้ใครจะชี้ไปอย่างไรแต่หากพยานหลักฐานไปไม่ถึงชี้ไม่ถึงในทางคดีก็ไม่สามารถระบุอย่างนั้นได้

สำหรับกระแสข่าวว่ามีการคุมตัว ผู้ต้องสงสัย9รายนั้น รองผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานและยังไม่มีการประสานข้อมูลมาจากฝ่ายใด ในส่วนของการสืบสวนสอบสวนของตำรวจยังไม่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายใด ขณะนี้ทางกองทัพได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องสงสัยขณะที่การสืบสวนก็ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุกกลุ่มที่ต้องสงสัยเช่นกัน

รองผบ.ตร.กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองพิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบจดหมายข่มขู่ทั้ง3ฉบับว่าดีเอ็นเอที่พบในจดหมายลายมือผู้เขียนเป็นของบุคคลคนเดียวกันหรือไม่รวมทั้งมีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องกับจดหมายนี้บ้างคาดว่าจะทราบผลภายใน 1สัปดาห์ วันนี้พนักงานสอบสวนของนครบาลจะส่งสำนวนมาที่ชุดสืบสวนสอบ ของตร.เท่ากับว่าวันนี้เพิ่งเริ่มต้นการทำสำนวน เดี๋ยวตนจะได้สั่งการ ไปตามแนวทางที่มีข้อมูลอยู่ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการสืบสวนสอบสวนจนถึงขณะนี้ไม่ตันแน่นอนและขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

Advertisement