หน้าแรก การเมือง เลขา ป.ป.ช. ห...

เลขา ป.ป.ช. หารือ ปลัดสำนักนายกฯ เสริมสร้างธรรมาภิบาลหน่วยงานรัฐ หวังสร้างภูมิคุ้มกัน-ลดช่องว่างทำผิด

16.04.26 | 10:55 น.

เลขา ป.ป.ช. หารือ ปลัดสำนักนายกฯ เสริมสร้างธรรมาภิบาลหน่วยงานรัฐ หวังสร้างภูมิคุ้มกัน-ลดช่องว่างทำผิด

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 เมษายน ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมหารือข้อราชการการบูรณาการความร่วมมือกับคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลของหน่วยงานรัฐในจังหวัด ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำโดย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  และนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช.

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปในมิติหลายด้าน ซึ่งสำนักงานสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเร่งทำงานทุกอย่างในทุกๆเรื่อง จึงอยากจะเห็นความสำเร็จในยุคที่เรายังดำรงตำแหน่งอยู่ และเราจะต้องจับมือกันอย่างแน่นกับเลขาฯ ป.ป.ช. ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่และหวังที่จะเห็นประเทศไทยของเราขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยทุกหน่วยงานช่วยกันทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ที่มา รู้สึกดี ว่าไม่เคยเห็นภาพที่ ป.ป.ช.ลงมาจับมือและทำงานไปด้วยกันถือเป็นสิ่งที่ดีช่วยกันเติมเต็ม ซึ่งหลายๆปัญหาเกิดจากความไม่เข้าใจหรือความไม่รู้ ซึ่งหากเราไปทำงานในลักษณะของการเป็นพี่เลี้ยงหรือให้คำปรึกษาก็เชื่อว่าหลายๆ โครงการสำคัญของประเทศจะเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก

ขณะที่ เลขา ป.ป.ช. กล่าวว่า ในนามเลขา ป.ป.ช. ดีใจที่มีโอกาสได้มาประสานความร่วมมือและกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันและวันก่อนได้มีโอกาสไป ประชุมและเห็นภาพการทำงานของทุกภาคส่วน ประกอบกับสำนัดงาน ป.ป.ช.อยู่ในช่วงที่ขับเคลื่อนนโยบาย และโครงสร้างใหม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเพิ่มขึ้น ดังนั้นการลง MOU ร่วมกันในการทำงาน ในเชิงการป้องกันการทุจริตและการวางระบบการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพสิ่งนี้ ในฐานะที่เป็นเลขาป.ป.ช.ได้เห็นว่างานปราบปรามการทุจริตหรือกระบวนการไต่สวนไม่สามารถลดลงไปได้และปัญหาก็ถูกแก้ที่ปลายทางไม่เหมือนเราสร้างระบบภูมิคุ้มกันหรือสร้างระบบการบังคับใช้กฎหมายที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตหรือลดช่องว่างที่จะเกิดขึ้น ซึ่งกลไกของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีหัวหน้าผู้ตรวจเครือข่ายธรรมาภิบาลจังหวัดทั้งหมดและคิดว่าเป็นกลไกสำคัญและการสร้างการมีส่วนร่วม

อย่างในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็จะมีแนวทางที่เข้าถึงภาคประชาชนได้ดีซึ่งทำให้สามารถพูดคุยว่าจุดใดที่จะประสานความร่วมมือได้ ซึ่งตนในฐานะที่เป็นเลขาฯ ก็รับนโยบายต่อในคณะกรรมการ ป.ป.ช.คิดว่าสิ่งที่กำลังทำเป็นการขับเคลื่อนประเทศซึ่งต้องเป็นไปด้วยกัน ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายในเชิงกระบวนการไต่สวนเพื่อเอาผิดเพียงอย่างเดียวได้ จะได้เห็นภาพการทำงานของ ป.ป.ช. ร่วมกับส่วนราชการมากขึ้นโดยเฉพาะสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในเชิงรุกมากขึ้น และหลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมในส่วนพื้นที่

Advertisement

โดยการวาระการหารือในวันนี้จะมีประเด็นการขับเคลื่อนการเสริมสร้างธรรมาภิบาลของหน่วยงานภาครัฐในจังหวัด การเสริมสร้างธรรมาภิบาลภาครัฐ (ธรรมาภิบาลในการบริการ และธรรมาภิบาลในการบริหารงาน) การแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ เน้นการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ปัญหาด้านการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาภัยพิบัติ

รวมไปถึงแนวทางบูรณาการผ่านกลไกการตรวจราชการกรณีพิเศษ และคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อส่งสริมธรรมาภิบาลของหน่วยงานรัฐในจังหวัด