สส.ปชน. ขอรัฐอย่ามองชายแดนใต้แค่ความมั่นคง ยกข้อมูล UN-สภาพัฒน์ ชี้ชัด ทำแบบเดิมมา 10 ปี ความยากจนยังสูง สาธารณสุขยังต่ำ เข้าเรียนยังน้อย ย้ำนโยบายรัฐเน้นมั่นคง-เขตเศรษฐกิจพิเศษ ยังไปไม่ถึงคุณภาพชีวิตประชาชน เสนอปรับสมดุลการพัฒนาจากถนน-ค่ายทหาร สู่โรงพยาบาล-โรงเรียน
เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการที่นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปยังจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อหารือเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า การศึกษาของ UNDP และสภาพัฒน์ บ่งชี้ว่าสามจังหวัดเคยอยูในกลุ่มรั้งท้ายในปี 2558 พอ10 ปีผ่านไป แต่ละจังหวัดกลับมีเส้นทางที่ต่างกัน ยะลาพุ่งจากลำดับที่ 67 สู่ที่ 14 ขณะที่ ปัตตานีก้าวอย่างช้าๆจากลำดับที่ 63 สู่ลำดับที่ 26 ขณะที่นราธิวาส ถอยจากลำดับที่ 42 สู่ลำดับที่ 68 แต่การเติบโตส่วนใหญ่เกิดจากการคมนาคมและการสื่อสารเป็นหลัก ขณะที่ด้านอื่นๆ ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก นโยบายที่ผ่านมายังไม่ได้ส่งผลต่อประชาชน รายได้ต่อหัวของทั้งสามจังหวัดยังต่ำมาก ขณะค่าเฉลี่ยประเทศอยู่ที่ 256,000 บาทต่อปี แต่ของยะลาอยู่ที่ 108,000 บาท นราธิวาสอยู่ที่ราว 64,000 บาท อัตราความยากจนของทั้งสามจังหวัด ก็สูงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทั้งประเทศอยู่ที่ร้อยละ 5
นายวิสุทธิ์ ระบุอีกว่า ในด้านการศึกษาทั้งสามจังหวัดยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประ การเข้าศึกษาในระดับมัธยมหรืออาชีวศึกษา ของปัตตานีอยู่ที่ 74.2 ยะลาอยู่ที่ 71.8 และนราธิวาสอยู่ที่ 56.2 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 84.7เช่นเดียวกับการเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทั่วประเทศอยู่ที่ร้อยละ 75 แต่ยะลาอยู่ที่ร้อยละ 57 นราธิวาสร้อยละ 65 สิ่งที่น่ากังกลที่สุดคือสถานการณ์ของเด็ก รายงานยูนิเซฟ ระบุว่า พบว่าร้อยละ 83 ของเด็กหนึ่งขวบทั่วประเทศรับวัคซีนพื้นฐานครบถ้วน แต่ทั้งสามจังหวัดรับวัคซีนไม่ถึงร้อยละ 50 เช่นเดียวกันกับสภาวะเด็กแคระแกรน ของสามจังหวัดที่อยู่ที่ร้อยละ 20 ขณะที่ค่าเฉลี่ยประเทศอยู่ที่ร้อยละ 13
นายวิสุทธิ์ ระบุว่า ตนขอเสนอต่อรัฐบาล 3 ข้อ 1. เสนอให้ปรับสมดุลนโยบายที่เน้นเพียงสร้างฮาร์ดแวร์ เช่น โครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงสู่การสร้างซอฟต์แวร์ คือการลงทุนด้านการพัฒนามนุษย์ ทั้งด้านสุขภาพและการศึกษา 2.นโยบายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละจังหวัด เพราะสามจังหวัดชายแดนใต้เริ่มมีระดับและประเด็นการพัฒนาที่แตกต่างกันออกไป และ 3. การกระจายอำนาจที่มากขึ้น เพื่อให้แต่ละพื้นที่มีทรัพยากรที่มากขึ้นในการพัฒนาตามลักษณะเฉพาะของจังหวัด และทำให้ผู้บริหาร ต้องตอบสนองและรับผิดชอบต่อประชาชนโดยตรง
“เราพูดเรื่องเดิม ทำเหมือนเดิม มาตลอด 10 ปี แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม เราต้องกล้าปรับสมดุลการพัฒนาใหม่ เปลี่ยนจุดเน้นจากถนนและค่ายทหาร ไปสู่โรงพยาบาล โรงเรียน ให้อำนาจการตัดสินใจและงบประมาณกับท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อให้ตอบสนองการพัฒนาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่” นายวิสุทธิ์ ระบุ


