อนุทิน นำคณะบินดับไฟใต้ 3สมาพันธ์-สื่อยื่นหนังสือจี้แก้ไอโอโจมตี บิ๊กดุลย์-มทภ.4 แถลงขอโทษรับสื่อสารผิดพลาดทำปชช.ไม่สบายใจ
เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะเดินทางไปถึงสนามบินนราธิวาส เพื่อตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะลงไปตรวจพื้นที่ ชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว และขณะนี้มีหลายเรื่องเข้ามา จึงตั้งใจ จะลงไปกำกับดูแลทุกอย่าง

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะถือโอกาสเคลียร์ดราม่า แม่ทัพภาคที่(มทภ.) 4 ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะลงไปประชุมทั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) น่าจะได้ข้อมูลต่างๆที่มากกว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ
ต่อมานายกฯพร้อมคณะเดินทางถึง ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อประชุมร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ โดยนายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราใช้หลักการ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาซึ่งเป็นการน้อมนำแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เราเชื่อว่า ด้วยแนวทางนี้จะสามารถนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับมาคืนสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้โดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ พบปะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศอ.บต. น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการสามมิติ ไทยทีวีสีช่อง 3 และผู้ก่อตั้งสำนักข่าวเดอะรีพอตเตอร์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี โดยเปิดเผยว่า ถูกไอโอโจมตี และป้ายสีผ่านสื่อออนไลน์ โดยกล่าวหาว่าเป็น นักข่าวโจร และ โฆษกบีอาร์เอ็น(BRN) ภายหลังการสัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4 ทั้งที่ข่าวยังไม่ทันเผยแพร่
น.ส.ฐปณีย์ กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับสื่อมวลชนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเครือข่ายสมาคมต่างๆ ในพื้นที่ อาทิ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนปอเนาะ ล้วนตกเป็นเป้าการทำไอโอเช่นกัน มีความกังวลว่า การกระทำลักษณะนี้อาจเป็นอันตรายและสร้างความเกลียดชัง เพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ
ต่อมา ตัวแทนสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนปอเนาะ และสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนตาดีกา ได้ยื่นหนังสือต่อนายกฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลรับทราบปัญหาแล้ว ได้รับทราบข้อเรียกร้องจากสมาคมต่างๆ รวมถึงข้อมูลจากสื่อมวลชนแล้ว และเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เรื่องการทำร้ายร่างกายจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะไม่เกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นถือว่าไม่ใช่การกระทำของรัฐ

ที่กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงข่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงได้พารัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงต่างๆ มารับทราบปัญหา เกี่ยวกับกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงการปิดไมค์พูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งตนขอยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งใจมาปฎิบัติหน้าที่ ด้วยความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้ โดนตนขอยืนยันอีกครั้งว่า แม่ทัพภาคที่ 4 มาด้วยความตั้งใจ
ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดไมค์พูดเกี่ยวกับคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” จนถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องการปิดไมค์เป็นเรื่องส่วนตัว อย่ามาพูดถึงกันเลย มันผ่านไปแล้ว ท่านก็ขอโทษแล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน
ขณะที่ พล.ท.นรธิป ได้กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชน โดยระบุว่า ตนอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ซึ่งขอยืนยันว่า ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

