หน้าแรก การเมือง อนุทิน จี้จับ...

อนุทิน จี้จับร.อ.-ลุยจอมบงการยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ด้าน 3 สมาพันธ์ชี้ไอโอไม่หยุด ปชน.ซัดมทภ.4 ขอโทษไม่พอ

19.04.26 | 06:00 น.

อนุทิน จี้จับร.อ.-ลุยจอมบงการยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ด้าน 3 สมาพันธ์ชี้ไอโอไม่หยุด ปชน.ซัดมทภ.4 ขอโทษไม่พอ แนะแก้ 3 มิติสกัดบานปลาย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 เมษายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) ว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกมลศักดิ์ ซึ่งมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ไปด้วย ก็ได้รับรายงานว่า ทุกอย่างคืบหน้าด้วยความรวดเร็วแล้ว ขณะนี้จับกุมกลุ่มคนร้ายได้ 4 จาก 5 คนแล้ว ต้องขยายผลถึงตัวผู้บงการ รวมทั้งพยายามจับกุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี คนร้ายที่ 5 ให้ได้ขณะที่ กอ.รมน.ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายทหารยศนาวาเอก ที่เป็นคนอนุมัติให้ยืมรถ ทุกอย่างก็คืบหน้าตามลำดับ

ที่บ้านศรียะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ตัวแทน “3 สมาคมพี่น้อง” ประกอบด้วย สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมโรงเรียนปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาคมโรงเรียนตาดีกา ได้เข้าหารือร่วมกับ นายมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกของสถานการณ์ความไม่เข้าใจระหว่าง 3 สมาพันธ์โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม กับ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่กล่าวพาดพิงสถาบันปอเนาะว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะก่อความไม่สงบ จนเกิดกระแสเรียกร้องให้ย้าย มทภ.4 ออกจากพื้นที่ จน มทภ.4 ได้ออกมาขอโทษต่อประชาชนยอมรับว่ามีการสื่อสารที่ผิดพลาด

นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เปิดเผยภายหลังการหารือกว่า 2 ชั่วโมงว่า ส่วนตัวรับฟังคำขอโทษของแม่ทัพภาคที่ 4 และมองว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบ ถือว่าเป็นลูกผู้ชายที่มาขอโทษ เมื่อท่านขอโทษเราก็รับฟัง อย่างไรก็ตามยังคงต้องประเมินร่วมกันกับทั้ง 3 สมาคม เนื่องจากผลกระทบจากคำพูดก่อนหน้านี้ได้ขยายวงกว้าง และยังกังวลต่อปฏิบัติการข่าวสารข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ที่อาจสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม ตอนนี้ปัญหาบานปลายไปมาก และยังมีไอโอมาปลุกปั่นจนน่าเป็นห่วง
ด้าน ดร.มังโสด หม๊ะเต๊ะ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ กล่าวว่า คำขอโทษของ มภท.4 ถือเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญที่ทางเครือข่ายต้องการ และช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์ลงได้ในระดับหนึ่ง โดยทั้ง 3 สมาคมจะนัดหารือกันอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกัน

ด้าน น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความในหัวข้อ ความรับผิดชอบของแม่ทัพภาค (มทภ.) ที่ 4 หลังคำขอโทษ โดยระบุว่า การออกมาขอโทษถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการลดความตึงเครียด อย่างไรก็ตาม คำขอโทษเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้การปฏิบัติหน้าที่ของ มทภ.4 ซึ่งยังมีประเด็นความรับผิดชอบที่ต้องดำเนินการต่อไปอย่างชัดเจน 1.เหตุการณ์ความรุนแรง จำเป็นต้องมีการทบทวนความเหมาะสมของมาตรการ และการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น 2.กรณีการลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ยังคงมีคำถามสำคัญทั้งในด้านประสิทธิภาพในการป้องกันเหตุ และประเด็นความเชื่อมโยงของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เป็นอิสระ และตรวจสอบได้ 3. ผลกระทบจากการสื่อสารของผู้นำในพื้นที่ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเข้าใจผิดในระยะสั้น แต่ส่งผลโดยตรงต่อระดับความไว้วางใจของประชาชนในระยะยาว

น.ท.กิตติพงษ์ระบุต่อว่า ในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความไว้วางใจ ไม่ใช่เพียงปัจจัยทางสังคม แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของกระบวนการสร้างสันติภาพ การสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และเหตุการณ์ที่ไม่ได้รับการคลี่คลายอย่างชัดเจน จะยิ่งบั่นทอนทุนความไว้วางใจนี้ลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ความรับผิดชอบหลังคำขอโทษจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การแสดงความเสียใจ แต่ต้องประกอบด้วยอย่างน้อย 3 มิติ ได้แก่ การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส การแก้ไขและเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น และการฟื้นฟูความเชื่อมั่นผ่านการสื่อสารที่มีความรับผิดชอบ หากไม่สามารถดำเนินการในทั้งสามมิตินี้ได้ ปัญหาความไว้วางใจจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตัวบุคคล แต่จะขยายตัวเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างต่อบทบาทของรัฐในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Advertisement