หมอพรทิพย์ แฉเบื้องหลังไฟใต้ มีเกมกระซิบ มัวแต่หวงอำนาจ รัฐปกปิดความจริง ท้ากล้าไหมล้างบางทุจริต
จากกรณี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงผลการสอบสวน น.อ.มนตรี โตประเสริฐ นายทหารสังกัด กอ.รมน. ที่ให้ยืมรถราชการ สุดท้ายพบว่าเอาไปก่อเหตุยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งในการแถลงข่าว ช่วงหนึ่งถูกสื่อถามความเห็นความเกี่ยวข้องของ กอ.รมน.กับการดำเนินการกับผู้เห็นต่าง พล.ท.นรธิปตอบว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” ประโยคดังกล่าวทำให้ถูกสังคมตั้งคำถามถึงเจตนาที่เอ่ยคำว่า “ไม่ปล่อยให้รอด” กระทั่งนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องลงพื้นที่ไปเคลียร์ประเด็นดังกล่าวด้วยตัวเอง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต ส.ว. ในฐานะอดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นว่า
“ในฐานะคนทำงานในพื้นที่จริงตั้งแต่ปี2547-2558 เรื่องใหญ่คือ
1. สถานการณ์เป็นเครือข่ายที่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้ก่อเหตุเป็นเครือข่ายข้ามพื้นที่ ก่อเหตุหลายครั้งหลายคดีแต่การดำเนินคดีเป็นเหมือนคดีทั่วไปไม่เน้นเครือข่าย คดียกฟ้องมีมากไม่ได้มีการทบทวนความล้มเหลวที่เกิดขึ้นยอย่างตรงไปตรงมา
2. การผลักดันให้ใช้นิติวิทยาศาสตร์ให้มากที่สุดเพื่อความจริงและความเป็นธรรมทั้งในเหตุการณ์รายวันและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มักจะถูกขวางโดยเจ้าหน้าที่รัฐ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพให้หลบหลีกได้
3. การนำข้อมูลไปใช้ในการรายงานมักเป็นการพูดความจริงเสี้ยวเดียวเพื่อป้องกันการถูกตำหนิหรือเกรงใจในอำนาจของฝ่ายอื่น ที่สำคัญจะถูกตัดทอน ปกปิด เกลาเสียจนเป็นความไม่จริง ยังไม่รวมถึงการรายงานตามลำดับชั้นกว่าจะถึงระดับการตัดสินใจข้อมูลหลุด ถูกเติมแต่งจนห่างไกลความจริงแบบที่เรียกว่าเกมกระซิบ
ในฐานะที่เห็นว่าสถานการณ์กระทบผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก แต่เชื่อมั่นว่าหากทำงานตรงไปตรงมา ทำเต็มที่ก็น่าจะจัดการได้ไม่ยาก และด้วยความเป็นอิสระจากผลประโยชน์ ด้วยความเป็นแพทย์ที่อยากให้คนไข้หายจากโรคจึงพยายามตรวจ วินิจฉัยจนทราบว่าความรุนแรงในพื้นที่เกิดจากอะไรบ้าง ต้องรักษาอย่างไร แต่สิ่งที่พบคือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจอยู่ห่างไกลพื้นที่ ยากที่จะรู้ข้อเท็จจริง ทุกฝ่ายล้วนเกรงใจ ไม่แตะ ไม่ตัดสินใจ รวมถึงมีฝ่ายที่ต้องการสร้างฐานอำนาจเอง ทั้งต้องการรักษาตำแหน่ง สุดท้ายสถานการณ์ความรุนแรงก็ยังคงเกิดต่อเนื่อง
อยากเห็นผู้กำหนดนโยบายสั่งการโดยใช้ธรรม โดยใช้ปัญญา เรื่องนี้คือการกระทำผิดกฎหมายของแผ่นดินใครก่อเหตุใครสนับสนุนต้องรับโทษตรงไปตรงมาไม่เกี่ยวกับศาสนา รวมไปถึงต้องจัดการเรื่องทุจริตในทุกหน่วยอย่างจริงจังไม่เลือกปฏิบัติ เวลาได้ยินว่าแก้ยากเพราะเสพติดงบ ฟังแล้วปวดใจยิ่งนัก
ภาคส่วนที่สำคัญคือสื่อทีควรเสนอความจริงครบด้าน และถูกต้อง
คำพูดเรื่องปัญหาความรุนแรงในจชตของแม่ทัพที่ถูกถ่ายทอดมา เป็นความจริงที่ไม่ค่อยมีคนกล้าพูด อยากให้มองทุกประเด็น อย่าพยายามใช้ประโยชน์ขยายผลเป็นส่วนๆ มองด้วยใจเป็นธรรม การทุจริตทั้งเงิน ทั้งอำนาจและเวลาได้ทำลายประเทศไทยมานานแล้ว ใช้โอกาสนี้นำร่องจัดการเรื่องทุจริตของทุกฝ่ายได้เลย กล้าไหม”


