หน้าแรก การเมือง เต้ แจง กกต. ...

เต้ แจง กกต. ยันนโยบายอวกาศ-ผัวหลายคน ทำให้ประเทศก้าวล้ำ ซัดพรรคอื่นสัญญาแล้วทำไม่ได้ ต้องเอาผิด

20.04.26 | 13:11 น.

เต้ แจง กกต. ยันนโยบายอวกาศ-ผัวหลายคน ทำให้ประเทศก้าวล้ำ ซัดพรรคอื่นสัญญาแล้วทำไม่ได้ ต้องเอาผิด

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เดินทางเข้าชี้แจงต่อ กกต.หลังมีผู้ร้องเรียนว่า การที่ตนได้เอานโยบายต่างๆ โดยเฉพาะด้านอวกาศ เป็นนโยบายเกินจริง เป็นไปไม่ได้ ว่า นโยบายนี้สหรัฐอเมริกาก็มีการทำ มีการโคจรไปนอกระบบสุริยะจักรวาลแล้ว ถึงขนาดต้องการที่จะนำมนุษย์ไปอยู่ที่บนดวงจันทร์ และยังมีประเทศฝรั่งเศส อินเดีย อิหร่าน ต่างประเทศต้องการแข่งขันกันในเรื่องพวกนี้ เราก็เลยนำเรื่องนี้มาใส่ในนโยบายหาเสียงของพรรค เพราะเราไม่อยากให้ประเทศไทยล้าหลัง นโยบายนี้จึงเป็นนโยบายก้าวล้ำ

ส่วนเรื่องนโยบายผัวเมีย จะชี้แจงอีกครั้งในวันที่ถูกเรียกมาตอบ แต่ก่อนหน้านี้ก็ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายของสภาแล้ว ว่าจะต้องยื่นรายชื่อ 20 คน และให้สภายกต้นร่างกฎหมาย แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายผัวเมียมานานแล้ว แต่ก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่กฎหมายตามพฤติกรรมมนุษย์ไม่ทัน เรายังคงมีเรื่องกิ๊ก เมียน้อย เมียหลวง จนปัจจุบันเรามีการแก้ไขกฎหมายให้สามารถสมรสได้ระหว่างชายกับชาย หญิงและหญิง ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าของกฎหมาย ตนก็มีแนวคิดว่า ในศาสนาอิสลามก็ยังให้ผู้ชายสามารถแต่งงานกับหญิงได้ถึง 4 คน แต่ต้องได้รับการยินยอมจากคู่สมรส จึงเห็นว่าผู้หญิงก็ควรที่จะมีความเท่าเทียม จึงได้เสนอให้ผู้หญิงสามารถมีสามีได้ 4 คน ซึ่งถือว่าก็เป็นการปฏิรูปกฎหมาย สังคม วัฒนธรรม ให้ก้าวหน้าขึ้น

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า อีกทั้งขณะนี้ในหลายประเทศจะมีลักษณะคล้ายกันเช่นนี้ เช่น ประเทศภูฏาน ก็มีสามีได้หลายคน สวิตเซอร์แลนด์ มีจำนวนประชากรผู้ชายน้อย ผู้หญิงสวิตเซอร์แลนด์ก็มีการชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลให้ออกกฎหมายนำเข้าผู้ชาย การนำเสนอนโยบายของตนจึงเป็นตัวริเริ่มเปลี่ยนแปลงสังคมบ้านเมือง ฉะนั้นคำว่าก้าวล้ำ คือ ก้าวล้ำทุกอย่าง ซึ่งตนก็จะชี้แจงต่อ กกต.ว่าการที่พรรคอื่นไม่ได้มองและนำเสนอนโยบายเรื่องนี้ เพราะเขาไม่ได้มองในจุดนี้ ตนไม่อยากให้ไทยล้าหลังในเรื่องอวกาศ เราอยู่ในอันดับที่ 40 ของโลก ถือว่าไกลมากเลย

เรื่องนี้ก็ไม่ใช่นโยบายที่เป็นไปไม่ได้หรือเกินจริง เพราะถ้าพูดเช่นนั้นอยากให้หลายๆ พรรค เช่น พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอนโยบายปราศรัยว่า 2 เดือนกว่าจะรวยไม่ไหวแล้ว 4 ปีเงินน่าจะล้นหมดแล้ว แล้วมันรวยจริงหรือไม่ คือต้องดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2562, 2566 ที่แต่ละพรรคสัญญาแล้วทำไม่ได้ กกต.ก็ต้องดำเนินคดีกับทุกคน ถ้าไม่ดำเนินคดีก็จะโดนมาตรา 157 เพิ่มเงินเดือน 24,000 บาทต่อเดือนก็ยังทำไม่ได้ ก็ต้องดำเนินคดีด้วย ไม่อย่างนั้น ถ้า กกต.ปล่อยคนอื่นไปก็ต้องปล่อยตนด้วย แต่ถ้าดำเนินคดีตนก็ต้องดำเนินคดีกับคนอื่นด้วยที่ออกนโยบาย

Advertisement

นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลเพิ่มเงินให้ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มหัวละ 100 บาทนั้น ว่า มันช่วยอะไรไม่ได้ เพราะค่าครองชีพมันเกิน 100 ไปแล้ว ส่วนคนละครึ่งประชาชนจะใช้ได้ก็ต้องมีเงินอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งประชาชนไม่มีแล้วจะทำอย่างไร ถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาแบบนี้เรื่อยๆ เชื่อว่าไม่ต้องไปเผชิญกับสารพัดม็อบ ตั้งแต่ปลาย เม.ย.เป็นต้นไป และรัฐบาลนี้ยังต้องเผชิญกับคดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดในการเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย หลังจากที่ กกต.ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว

นายมงคลกิตติ์ยังเห็นว่าการที่นายกฯ “ถุย” ในการเปิดงานวันไหลบางเบิด ที่จังหวัดชุมพรนั้น ไม่เหมาะสม เพราะผู้นำประเทศไม่ควรทำเช่นนั้น แต่ถ้านายกฯอายุเข้า 60 แล้ว ก็อาจจะเลอะเลือนไม่ได้ทันระวัง ถ้าบอกว่าเป็นการถุย เพราะไม่ชอบสคริปต์ ต้องคิดว่าไปทำให้คนเขียนสคริปต์เสียใจหรือไม่ นายกฯควรไปขอโทษคนที่ทำสคริปต์ด้วย แต่จริงๆ จะให้ผู้นำประเทศเขียนเรื่องไหน เขียนให้เป็นหัวข้อก็พอ ไม่ต้องเขียนเป็นสคริปต์ เพราะอย่างตนยังพูดเองได้เลย