‘ประเสริฐ’ นัดถกร.ร.ปอเนาะ 29 เม.ย. สมาพันธ์รอ ‘มทภ.4’ แก้ไอโอ ด้าน กกต.ส่งชี้แจง ‘คดีบาร์โค้ด’ โสภณ ปธ.แบ่งเค้ก 35 กมธ.
เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายฮุสณี บินหะยีคอเนาะ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ กล่าวถึงกรณี แม่ทัพภาพ4(มทภ.4) ออกมากล่าวว่าต้นเหตุของความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้มาจากโรงเรียนสอนศาสนาบางแห่ง ที่ปลูกฝังแนวคิดเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ว่า ในด้านปัญหาความมั่นคงนั้นยืนยันมาตลอดว่าพร้อมให้ความร่วมมือหากรัฐนำรายชื่อมายืนยันว่ามีส่วนในเรื่องความไม่สงบด้านใด ทางสถาบันการศึกษาทั้ง 3 สถาบันพร้อมให้ความร่วมมือกับทางการเพื่อทำการตรวจสอบ รวมถึงยินดีให้หน่วยงานภาครัฐเข้าทำการตรวจสอบได้ตลอดเวลา และยินดีถ้าหากเจ้าที่หน้าที่รัฐเข้าตรวจสอบ
นายฮุสณีกล่าวอีกว่า นโยบายการจัดตั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนตาดีกา ไม่มีเป้าหมายเพื่อแบ่งแยกดินแดน หรือคิดต่างจากรัฐแต่ในกลุ่มใน 3 จังหวัดอาจจะมีบางกลุ่มบางคนที่คิดต่างจากรัฐ ไม่รู้ว่ามีการเข้าไปแอบแฝงตรงไหน พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ
“แม้ มทภ.4 จะได้กล่าวคำขอโทษผ่านสื่อแล้ว แต่ยังต้องดูท่าทีดูความจริงใจหลังจากการกล่าวคำขอโทษโดยเฉพาะปฏิบัติการไอโอ เป็นการสร้างความแตกแยกอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะไอโอที่เป็นส่วนราชการที่ใช้ภาษีของประชาชนมาปฏิบัติการสร้างความแตกแยก ผมไม่เชื่อว่าระดับผู้บังคับบัญชาจะไม่ทราบว่าหน่วยงานในสังกัดมีปฏิบัติการไอโออยู่ โดยจะมีการหารือเพื่อกำหนดท่าทีของ 3 สถาบันการศึกษาในพื้นที่อีกครั้ง” นายฮุสณีกล่าว
ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันที่ 29 เมษายน จะเชิญผู้บริหารสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา มาพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น จริงๆ แล้วมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำกับดูแลอยู่ โดยต้องทำงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องของการสร้างความรู้ความเข้าใจ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก เป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันในอนาคต
ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาเพื่อพิจารณาสัดส่วนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะ โดยมีหัวหน้าพรรคและตัวแทนของพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วม อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) นายวสวรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เป็นต้น
นายโสภณกล่าวว่า การแบ่งโควต้าประธาน กมธ. โดยมีพรรคการเมือง 6 พรรคได้รับจัดสรร ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย ได้ 14 คณะ พรรคประชาชน ได้ 9 คณะ พรรคเพื่อไทย 5 คณะ พรรคกล้าธรรม 4 คณะ พรรคประชาธิปัตย์ 2 คณะ พรรคไทรวมพลัง 1 คณะ ขณะนี้ยังจัดสรรไม่เรียบร้อย และได้ให้ 6 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรให้ตกลงกัน ก่อนที่จะนำกลับมาหารือกันอีกครั้งในวันที่ 22 เมษายนนี้ เวลา 13.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. (ผู้ถูกร้องที่ 1) เลขาธิการ กกต. (ผู้ถูกร้องที่ 2) และสำนักงาน กกต. (ผู้ถูกร้องที่ 3) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (3) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224 หรือไม่
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ กกต. เลขาธิการ กกต. สำนักงาน กกต. ในฐานะผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และให้ผู้ร้องรวมถึงผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐานภายใน 15 วัน
ต่อมา กกต.แจ้งยื่นขอขยายเวลาการส่งคำชี้แจง และศาลรัฐธรรมนูญมีมติอนุญาต
ขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน จะครบกำหนดช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.เปิดเผยว่า สำนักงาน กกต.ได้ส่งคำชี้แจงและรายละเอียดต่างๆ ให้ศาลรัฐธรรมนูญไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

