
⦁…ระเบิดป่วนกรุง ทำไปทำมา น่าจะเป็นระเบิดป่วนการเมือง “โรดแมป” โดยกลุ่มคนที่ไม่อยากให้ “เลือกตั้ง” ส่วนจำเลยเจ้าประจำ “เสื้อแดง” นั้น ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ศักยภาพด้านนี้ “อ่อนเปลี้ย” เต็มที ความหวังเดียว คือรอให้ “การเมืองเปิด” มี “เลือกตั้ง” ถึงจะพอออกมาส่งเสียงได้
⦁…ส่วน “นายพล” สายบู๊ อย่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ทหาร จปร.7 ยังเติร์กที่บัดนี้เป็นรุ่นคุณปู่คุณตาไปแล้ว ออกมาโต้ที่ถูกโยงไปด้วยว่า เป็นทหาร รู้ “กฎ” การทำสงครามดีว่า จะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับ “โรงพยาบาล” ตอบแบบนี้ ไม่รู้ว่า “พล.อ.พัลลภ” กระแซะไปถึง “ใคร” หรือเปล่า
⦁…อีกรายที่ต้องออกมาชี้แจง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร หรือ “บิ๊กตุ้ย” บอกว่า ตอนนี้เดินสายทำบุญไหว้พระ ไม่สนใจการเมืองสักเท่าไหร่ ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะนามสกุล “ชินวัตร” แถมเป็นทหาร อยู่ในข่ายมี
“ลูกน้อง” มี “เครือข่าย” เล่นสงกรานต์กันเมื่อไหร่ ก็ต้องถูก “สาด” บ้าง พอให้เปียกๆ
⦁…สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ ทุกฝ่าย ต้องช่วยกัน “ประคับประคอง” ให้เกิดความสงบ-สันติ เพราะ “เศรษฐกิจ” นั้นรู้ๆ กันว่า เมื่อ “นักลงทุน” ยังเอามือคากระเป๋า ไม่กล้าควักออกมาลงทุน ก็พากัน “ชะงัก” ไปทั้งบ้านทั้งเมือง ยังเหลือแต่มาตรการ “กระตุ้น” จากรัฐบาล ซึ่งทำจริง ช่วยให้กระเตื้องได้ แต่ดันมีรายการ “ติดคอขวด” ในระบบราชการด้วยกัน เงินลงมาช้า
⦁…เม็ดเงินที่ยังพอได้ “พึ่งพาอาศัย” ได้แก่ “ท่องเที่ยว” สิ่งแรกๆ ที่นักท่องเที่ยวต้องการ คือ “สวัสดิภาพ-ความปลอดภัย” ถ้ายังระเบิดกันตูมตามแบบนี้ เงินจากตรงนี้ อาจจะ “หด” ลงไป ซ้ำเติมสถานการณ์เข้าไปอีก ฉะนั้น ใครจะเล่นอะไร ต้องคำนึงถึงชาติบ้านเมืองให้มากๆ อย่าให้ “ดิ่ง” ไปมากกว่านี้
⦁…ส่วนจะ “เลือกตั้ง” หรือไม่เลือกตาม “โรดแมป” ในปี 2561 จะเป็นปัญหาและ “ความเสี่ยง” ของ “คสช.” เป็นหลัก ที่ต้อง “ประเมิน” คือ “ผล” ที่จะตามมา น่าจะหนักหน่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ที่ไปคิดว่า ไม่เลือกตั้งแล้ว “นักการเมือง” จะเจ๊งนั้น อาจจะผิดฝาผิดตัว นักการเมืองเอง ข่าวว่ายังไม่อยากลงสนามเท่าไหร่ แต่อยากรอให้ทุกอย่าง “สุกงอม” และไปให้ “สุดทาง” แต่ในหลักการ ก็ต้องเรียกร้องเลือกตั้ง เพื่อให้ “ประชาชน” ใช้ “สิทธิอัตวินิจฉัย” ตัดสินปัญหาบ้านเมือง
⦁…เปลี่ยนหัวข้อ ปัญหาคนไทยดิ้นรนไปแสวงโชคที่เกาหลีใต้ ดินแดนในฝันของแฟนละครซีรีส์พระเอกหล่อสุภาพ นางเอกสวยใส แต่ต้องพบกับชีวิตจริง โดยเฉพาะระบบเข้าเมือง โหด ไม่สื่อสาร ตรวจแหลก บางครั้ง “มั่ว” จ้องจะส่งกลับอย่างเดียว เพราะกลัวใช้ “ช่อง” ไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ 90 วัน แอบหลบไปทำงาน ร้องเรียนกันเสียงระงม
⦁…เรื่องคนไทยแอบไปทำงานเกาหลี-ญี่ปุ่น เป็นเรื่องจริงมานานแล้ว เพราะสำหรับบางคนนั้น งานในเมืองไทยเอง แค่พอเลี้ยงตัวไปวันๆ แบบขาดมากกว่าเกิน ยิ่งไม่ต้อง “วีซ่า” เท่ากับระบบเอื้ออำนวยก็ยิ่งไปกันใหญ่ ขนาดเปิดเพจ-เฟซบุ๊ก สอนวิธีการตอบคำถาม “ตม.” เกาหลีกันเลย
⦁…ในระหว่างที่ยังทำอะไรไม่ได้ ทำยังไง ทางราชการไทย จะต้องขยับตัว ช่วยดูแลคุ้มครอง “คนไทย” เพื่อนร่วมชาติตาดำๆ ของเรา อย่าให้คนอื่นมา “รังแก” ด้วยการทำให้ “เสียสิทธิ-โดนละเมิด” ทั้งกักตัว ข่มขู่ อย่างที่มีการร้องเรียนอยู่ไม่หยุดหย่อน ถ้ายิ่งปล่อย เขาจะยิ่งไม่เกรงใจ จะลุกลามบานปลายเป็นปัญหารังเกียจชิงชังระหว่างเชื้อชาติไป
กาแฟป่า








