หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช. แจงพรุ...

ป.ป.ช. แจงพรุ่งนี้ ปม 2 มาตรฐาน ย้ำต้องดูข้อเท็จจริง-กฎหมาย บางเรื่องจะเอามาเทียบกันไม่ได้

22.04.26 | 13:22 น.

ป.ป.ช.จ่อแถลงปม 2 มาตรฐานพรุ่งนี้ เหตุ วินิจฉัยทรัพย์สิน รมต.สวนทางคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำต้องดูที่ประเด็น-ข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมาย เตือน สส.เข้ารับตำแหน่ง ทำบัญชียื่นต้องรอบคอบ

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่รัฐสภา นายประภาศ คงเอียด กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “บัญชีทรัพย์สิน : ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและความเสี่ยงทางกฎหมาย ลึวและวามมาตรฐานว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินก็ผิดพลาดที่พบบ่อยและความเสี่ยงทางกฎหมาย” ภายในงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง “สส. 101: start strong” ที่จัดโดยสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับเดลินิวส์ ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องทุจริตอยู่ในขั้นวิกฤต ตัวสะท้อนที่ชัดเจนสุดคือค่า CPI สำรวจโดยองค์กรระหวางประเทศ จัดอันดับประเทศอยู่ที่ 116 ด้อยกว่าประเทศในอาเซียน เกือบจะอยู่ท้ายๆ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.อยู่เกือบปลายน้ำ เป็นคดีก่อนถึงเข้าสู่กระบวนการของเราทั้งๆ ที่ควรแก้ตั้งแต่ต้นน้ำ

นายประภาศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เรื่องบัญชีทรัพย์สินในกฎหมาย ป.ป.ช. เป็นเครื่องมือป้องกัน เพราะคนที่เข้ามาในตำแหน่งแล้วมีความเสี่ยงทำทุจริตได้ ดังนั้นเมื่อเปิดเผยก็จะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งมีทรัพย์สินก่อนเข้ามาเท่าไหร่ พ้นตำแหน่งแล้วมีทรัพย์สินเท่าไหร่ นอกจากนี้บัญชีทรัพย์สินยังช่วยเรื่องการปราบปรามการทุจริต เพราะถ้ามีความไม่ชอบหรือผิดปกติ ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย แต่ขอให้เชื่อมั่นในองค์กร ป.ป.ช. โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ตนบอกได้เลยว่าไม่ใช่ว่าเราตั้งท่าจะเล่นงาน ยืนยันว่าไม่มี ตนเข้าร่วมประชุมเรื่องบัญชีทรัพย์สิน น้อยมากที่คนที่จะโดนชี้ หรือกล่าวหาเรื่องบัญชีทรัพย์สิน หากไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ เราก็ไม่เอา เพราะเข้าใจว่ามีความผิดพลาด หลงลืมได้ แต่ที่สำคัญคือพฤติการแห่งการกระทำนั้นส่อถึงเจตนาหรือไม่

นายประภาศ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีการพูดถึง 2 มาตรฐานหรืออะไรต่างๆ ขอยืนยันว่า เราสามารถอธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้อย่างชัดแจ้ง โดยในวันที่ 23 เมษายนนี้ ป.ป.ช. จะออกข้อชี้แจงในเรื่องนี้ ซึ่งองค์กร ป.ป.ช และผมจะมีจุดอ่อนอย่างหนึ่งคือไม่ค่อยได้ทำงานเชิงรุกคล้ายกับศาล คือตัดสินไปแล้วบนพื้นฐานของข้อมูล สำนวนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อย่าลืมว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย คือตัวบ่งชี้ถึงการวินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นศาลหรือ ป.ป.ช. บางเรื่องเราจะเอาเรื่องหนึ่งไปเปรียบเทียบกับเรื่องหนึ่งไม่ได้เสมอไป โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องอะไรคือเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรี การวินิจฉัยของ ป.ป.ช. คือการวินิจฉัยเรื่องจงใจหรือเจตนายื่นบัญชีทรัพย์สินหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งมันไม่ใช่ว่าจะต้องเอาข้อเท็จจริง หรือคำวินิจฉัยมาใช้เสมอไป ก็ต้องดูว่าประเด็นอะไรด้วย ในรายละเอียดจะมีการชี้แจงต่อไป เราเคารพความคิดความเห็นของทุกคน แต่ความเห็น มีสิทธิ์ที่จะให้ความคิดเห็นอย่างไรก็ได้ แต่พื้นฐานคือข้อมูลข้อกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องตระหนัก

นายประภาส กล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สินว่า ขอให้ ส.ส. และผู้ช่วย ส.ส.มีความรอบคอบในการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินที่จะยื่นต่อ ป.ป.ช. แน่นอนว่าท่านอยู่ในฝ่ายการเมือง ก็มีฝั่งตรงข้าม หรือผู้ไม่หวังดีอยู่เสมอเพราะฉะนั้นถ้าพลาดนิดเดียว บางครั้งความผิดพลาดนั้นอาจไม่ได้เกิดจากเจตนาของท่านแต่ท่านก็ แต่ถูกนำไปเป็นประเด็นดราม่า และการใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองได้ โดยที่ต้องระมัดระวังคือ เรื่องหุ้น เรื่องทรัพย์สินคู่สมรส ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมไปถึงการอยู่กินฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งหากมีการร้องเรียนเข้ามา ป.ป.ช.ต้องเข้าไปตรวจสอบ จนถึงขั้นส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึกเพื่อดูพฤติการณ์ถึงบ้านด้วย เรื่องนี้ขอฝาก ส.ส.ด้วยความห่วงใย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องคดีที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ถูกกล่าวหาว่า ซุกหุ้นหรือถือหุ้นแทน (นอมินี) บริษัทแห่งหนึ่ง และแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ โดยเป็นการวินิจฉัยสวนทางกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้นายศักดิ์สยามสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ขณะที่คดี 44 ส.ส.ก้าวไกล ที่ยื่นแก้กฎหมายตามกระบวนการรัฐสภา กลับถูก ป.ป.ช.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาตัดสิทธิการเป็นส.ส. สาเหตุจากข้อกฎหมายที่ยื่นเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

Advertisement