10ปชน.ระทึก ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดี44สส. เท้งแถลง 24เม.ย. วิโรจน์โพสต์สู้ยิบตา นิติพลไขก็อก”ประชาชน”
เมื่อวันที่ 22 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 24 เมษายน ศาลฎีกา นัดฟังคำสั่งกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ฐานทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าจะพิจารณาประทับรับฟ้องหรือไม่ และหากประทับรับฟ้องจะมีคำสั่งให้ 10 ส.ส.พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น ส.ส.ไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือไม่ หรือศาลอาจมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อ 10 ส.ส.พรรคประชาชน ประกอบด้วย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส่วน ส.ส.แบบแบ่งเขตอีก 2 คน ได้แก่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.กรุงเทพมหานคร และ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพมหานคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดี 44 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล โดยระบุว่าจะแถลงรายละเอียดข้อต่อสู้ในวันที่ 22 เมษายน ที่อาคารรัฐสภานั้น ทางพรรคประชาชนแจ้งว่า จะขอเลื่อนไปแถลงใหญ่ครั้งเดียวในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 15.30 น. เป็นช่วงระหว่างการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค เพื่อความครบถ้วนของข้อมูลและสอดรับกับสถานการณ์ศาลจะมีคำสั่งในวันเดียวกัน
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าในฐานะเป็น1ใน 44 ส.ส. เอาจริงๆไม่ได้ยึดติด หลงใหล ได้ปลื้ม หรืออาลัยอาวรณ์กับความเป็นส.ส. อะไรมากนัก เพราะไม่ได้มาเป็นส.ส. เพราะอยากเป็น ส.ส.หรือมาเป็นส.ส. เพราะว่าอยากจะใช้ตำแหน่งส.ส. ไปหาผลประโยชน์อะไร สิ่งที่ดีใจที่สุดการที่ได้มาเป็นส.ส.ของพรรคก็คือการได้เป็นตัวแทนของประชาชนขับเคลื่อนอุดมการณ์ร่วมกับพรรคเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน เรื่องของคดีความ พวกผมสู้เต็มที่ สู้ยิบตาอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง สามารถยืนยันความสุจริตของตัวผมได้อยู่แล้ว ไม่ว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร ประชาชนจะได้เห็นทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตลอดจนตรรกะเหตุผลหักล้างทุกข้อกล่าวหาที่มีต่อตัวผมอย่างแน่นอน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ใช้วิจารณญาณ และหลักนิติรัฐวินิจฉัยด้วยตนเองต่อไป และไม่ว่าจะจบลงแบบไหน ต่อให้ผมและเพื่อนๆจะไม่ได้เป็น ส.ส. อีกแล้ว ผมก็คงจะไม่อาลัยอาวรณ์อะไรมากนัก ขอเพียงส.ส. รุ่นต่อๆ ไป ยังคงเดินหน้าในเส้นทางของอุดมการณ์ต่อไป ไม่หยุดที่จะทำงานทางความคิดและสร้างความผูกพันกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง พรรคก็ยังจะเป็นทางเลือกหลักของประชาชนได้ต่อไป
นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า สิ่งที่กังวลที่สุด ก็คือหากส.ส.ที่มีอยู่ในปัจจุบันหลงลืมไปว่ามาเป็นส.ส.เพื่อขับเคลื่อนอุดมการณ์อะไร จนไม่มีความกล้าหาญจะเดินต่อในเส้นทางอุดมการณ์เดิม กลัวว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะถูกร้อง กลัวว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วจะถูกตัดสิทธิ์ กลัวว่าถ้าลุยต่อไปในเส้นทางเดิมแล้วจะไม่ได้เป็นส.ส.จนต้องเดินสวนทางกับเส้นทางเดิม ยืนอยู่กับที่หรือเดินวนไปวนมากับตำแหน่งส.ส. ที่อยากจะเป็นต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้เมื่อไหร่ พรรคก็จะไม่มีความจำเป็นที่จะดำรงอยู่ในสังคมอีกต่อไปเลยประชาชนก็จะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกส.ส.จากพรรคนี้อีกต่อไป อยากเห็นส.ส. ที่ใช้กลไกของอำนาจนิติบัญญัติที่มีในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนและติดตามเรื่องให้ถึงที่สุด มากกว่าการเอามาพูดในสภาไม่กี่นาที แล้วก็ปล่อยจอยหรือไม่ก็แค่ไปถ่ายรูปชี้โน่นชี้นี่ แค่ฟ้องว่าฉันเจอปัญหาแล้วนะ แต่ไม่ได้วางแผนต่อว่าจะทำอะไรต่อไปที่ดีไปกว่าการถ่ายรูปอัปสเตตัสในเฟซบุ๊กหรือถ่ายคลิปลงติ๊กต็อก
นายนิติพล ผิวเหมาะ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า แม้วันนี้ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว แต่ยืนยันยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยและหวังสร้างการเมืองใหม่ที่เป็นการเมืองแห่งความหวังสำหรับพี่น้องประชาชนประชาชนเหมือนในวันแรกที่เริ่มต้นเดินทางในนามพรรคอนาคตใหม่ ต่อเนื่องมายังพรรคก้าวไกลจนถึงพรรคปชน.
“แม้วันนี้ผมจะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค หรืออาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากกรณี 44 ส.ส. ร่วมกับเพื่อนๆจากคดีการเมือง แต่การเดินทางในเส้นทางการเมืองของผมยังไม่จบเท่านี้แน่ ในเส้นทางหลังจากนี้สิ่งใดที่เคยทำค้างไว้จะทำต่อ ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทหน้าที่ใด ผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อไปสู่เป้าหมายเหมือนในวันแรกที่ตั้งใจและเลือกเดินในเส้นทางสายนี้” นายนิติพล กล่าว

