หน้าแรก การเมือง เอกนัฏ จ่อชงค...

เอกนัฏ จ่อชงครม. ช่วยค่าไฟ 14 ล้านครัวเรือน 200 หน่วยแรก ไม่เกินหน่วยละ 3 บาท

23.04.26 | 12:44 น.

เอกนัฏ จ่อชง ครม.สัปดาห์หน้า ช่วยค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกินหน่วยละ 3 บาท

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่รัฐสภา ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบกระทู้ถามสดของ นางสาวพิมพ์พฤดา ตันจรารักษ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ถึงมาตรการเร่งด่วนในการรองรับค่าไฟ ที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบที่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น จากเหตุการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ว่า จากปัญหาตะวันออกกลาง ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ที่ต้องนำเข้า 30-40% มาผลิตไฟฟ้าในประเทศ ราคาแพงขึ้น ซึ่ง กพพ.จะมีการประกาศราคาค่าไฟในเดือนพฤษภาคมนี้ ทำให้ราคาเดิม 3.88 บาท เป็น 3.95 บาท เพราะค่า FT เพิ่มขึ้น และหากจะให้ราคาถูกกว่านี้ จะต้องดึงรายได้จาก 3 การไฟฟ้า ซึ่งแม้ค่าเฉลี่ยจะถูก ก็จะกระทบต่อการไปลงทุนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานในอนาคต

ดังนั้น กระทรวงพลังงาน จึงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติในสัปดาห์หน้า ในการกดค่าไฟให้กับผู้ใช้ไฟที่ใช้น้อย ไม่เกิน 200 หน่วยกว่า 14 ล้านครัวเรือน หรือประชาชนที่ใช้เกิน 200 หน่วยนั้น ใน 200 หน่วยแรก จะพยายามกดลงให้เหลือไม่เกิน 3 บาท ซึ่งรัฐบาลพยายามปรับโครงสร้างราคาให้เป็นขั้นบันได ยิ่งใช้น้อย เรตราคาก็จะต่ำ ใช้มากเรตก็จะแพง และประชาชนที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วย แนะนำให้ติดโซลาร์เซลล์ ซึ่งรัฐบาลจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การลดหย่อนภาษี และรับซื้อไฟที่ผลิตเกิน รวมถึงการลดขั้นตอนต่างๆ

ส่วนแนวทางการส่งเสริมประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์นั้น การติดแผงโซลาร์ มีอุปสรรค มีคนมาขัดขวาง และมียักษ์มาบังแดด แต่ตนจะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้มาเป็นอุปสรรคให้ประชาชนติดแผงโซลาร์ ผลิตไฟไว้ใช้เอง ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการออกประกาศให้ประชาชนที่จะติดแผงโซลาร์ ไม่ต้องขออนุญาตโรงงาน แต่ปัจจุบัน ก็ยังคงมีขั้นตอนที่ยากอยู่ ทั้งการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร ขอให้การไฟฟ้าไปติดตั้งดิจิทัลมิเตอร์ ซึ่งบางครั้งใช้เวลามากกว่า 1 ปีจนไม่ทันใช้ ดังนั้น หลังจากนี้ขั้นตอนต่างๆ จะต้องลดลง และให้ใช้แบบ One Stop Service รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์ ทั้งการลดหย่อนภาษี หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่คุ้มค่ากว่าค่าไฟที่ประชาชนจ่ายรายเดือนไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นต้น