⦁…ถึงฤดูกาลที่พรรคการเมืองต่างๆ จัดประชุมใหญ่ ที่ผ่านมามีทั้งภูมิใจไทย เพื่อไทย ประชาชน และอีกหลายพรรคก็คงจะตามมา ถือเป็น “การประชุมใหญ่”หลังจากมีรัฐบาลใหม่ พรรคที่พ่ายแพ้จากการเลือกตั้งก็ต้อง “ปรับกลยุทธ์ ปรับทัพ” พรรคที่ชนะการเลือกตั้งก็ต้อง “ปลุกใจ” สมาชิกให้รักษาแชมป์
⦁…อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พรรคที่ได้แชมป์จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ได้ปลุกให้สมาชิกสนองความต้องการประชาชนที่เลือกเข้ามา แต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วมีหลากหลายพรรคที่ชักแถวกันมาอยู่กับภูมิใจไทยด้วย จึงดักคอไว้แต่เนิ่นๆ ว่า “มีมุ้งเดียว” จะทำได้หรือไม่ได้คงต้องดูอีกระยะ
⦁…พรรคเพื่อไทย มองไปที่ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ที่ควง อาจารย์เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นกุนซือ ยืนยันให้เห็นว่า “ชินวัตร” ไม่ทิ้งพรรค แต่อาจต้องลดบทบาทไปตามหน้าที่ แต่น่าสังเกตความนิยม อาจารย์เชน ในแวดวงสังคม หลังจากเริ่มทำงานในหน้าที่รองนายกฯและ รมว.อว. มีเสียงตอบรับดี นี่อาจจะเป็นความหวังของพรรค ขออย่าให้มีใครมาแทรกแซง
⦁…สำหรับ “ปชน.” เล็งปรับทัพกันมานานแล้ว เพราะ “ขุนพล” 10 คนที่เป็น ส.ส.ติดบ่วงคดี 44 ส.ส. เตรียมการถึงขนาดเปลี่ยนหัวหน้า เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไปเป็นเลขาฯ แล้วดัน ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร มาเป็นหัวหน้า เพราะเกรงจะกระทบกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน หาก “10 ปชน.” ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังดีที่ศาลมีคำสั่ง ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ทั้ง 10 คนยังทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนได้ต่อไปจนกว่าจะคดีจะยุติ สุดท้ายหัวหน้าเท้ง ยังไม่ต้องลุกจากเก้าอี้
⦁…ยินดีกับ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากพรรคประชาชนให้เป็นเลขาฯคนใหม่แทน ศรายุทธิ์ ใจหลัก ที่แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งไปหลังเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา การบ้านของพรรคประชาชนต่อไปมีความยากมากขึ้น เพราะแม้คะแนนนิยมจะมีอยู่มาก แต่จำนวน ส.ส.มีจำนวนไม่เท่าเก่า ดีนะที่ 10 ขุนพลไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ คงได้เห็นฝีไม้ลายมือในการตรวจสอบรัฐบาลแบบจัดเต็มในเร็วๆ นี้
⦁…การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดินหน้ามาหลายครั้ง ได้ฟังลีลาการอภิปรายของ ส.ส.จากสภาชุดนี้ ต้องยอมรับว่าพัฒนาด้านข้อมูลมากขึ้นมาก แต่ละพรรคตระเตรียมข้อมูลและประเด็นในการนำเสนอ “ไม่น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง” ทำให้คนฟังได้ประโยชน์ และอยากมีส่วนร่วมกับการเมืองมากขึ้น
⦁…ย้อนกลับมาที่รัฐบาล ถือว่าเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเดินหน้าผลักดันนโยบายมาตั้งแต่ไก่โห่ ขณะที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยเริ่มปล่อยหมัดออกมากันแล้ว ทั้ง “ลดราคาน้ำมัน เล็งลดค่าไฟฟ้า ลุยใช้คนละครึ่งเฟสใหม่” รวมไปถึงแนวทางระยะยาวอย่างเช่น “แลนด์บริดจ์เมกะโปรเจ็กต์ทางภาคใต้” ถือเป็นมิติใหม่ของรัฐบาลที่ไม่รังเกียจแนวทางการบริหารของรัฐบาลชุดเดิม ไม่ว่าจะคนละครึ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยทำ หรือแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน ผลักดัน
⦁…นโยบาย “ยกเลิกเอ็มโอยู 44” ที่ นายกฯอนุทิน ประกาศไว้ตอนหาเสียง ตอนนี้ผ่านขั้นของ สมช.แล้ว เหลือชงเข้า ครม.พิจารณาต่อไป ท่ามกลางเสียงเตือนจากนักวิชาการให้รอบคอบ เกรงว่าจะเข้าทางเขมร เพราะไทยยกเลิกเอ็มโอยู 44 จะเกิดผล 2 ทาง ถ้าเขมรเสียเปรียบ ก็จะโวยว่ายกเลิกเพียงฝ่ายเดียวและหาเรื่องไปร้องให้เป็นคดีข้อขัดแย้ง แต่ถ้าเขมรเห็นว่าได้เปรียบก็จะปล่อยให้ดำเนินการไปจนถึงใช้กลไกกฎหมายทางทะเลที่เห็นว่าได้เปรียบอีก นโยบายนี้มีทั้งคนหนุนและคนค้าน แต่สุดท้ายจะเป็นผลงานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ดี หรือผลงานที่ผิดพลาด
⦁…วิกฤตที่สัมผัสได้จากกรณี “ป.ป.ช.” ชี้แจงการยกคำร้องกล่าวหา แจ้งทรัพย์สินอันเป็นเท็จ คือ “วิกฤตองค์กรอิสระ” ซึ่งเกี่ยวกับความเชื่อมั่น สถานการณ์เช่นนี้กำลังเกิดขึ้นกับ “กกต.” องค์กรที่จัดการเลือกตั้งเช่นกัน “จากคดีฮั้ว ส.ว. มาถึงบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด” แม้จะมีคำอธิบายใดๆ ออกมาแต่ดูเหมือน “สังคมจะให้ความเชื่อถือน้อยลงทุกที” หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ทราบว่าจะลามไปถึงกระบวนการยุติธรรมไทยมากน้อยแค่ไหน น่ากังวล



ฉลองครบ 30 ปี – ดิงห์ ฮว่าง ลิงห์ กงสุลใหญ่เวียดนาม จัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี การก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมี สนั่น อังอุบลกุล, เหงียน ถิ ฮอง อัน, หลิว หงเหมย,ทอง กุลธัญวัฒน์, ยุทธพร พิรุณสาร ร่วมงาน ณ สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จ.ขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้




