หน้าแรก การเมือง แสวง แจงยิบ ร...

แสวง แจงยิบ ระบบกกต.เข้มแข็ง แทรกแซงไม่ได้ ชี้คดีฮั้วส.ว.ซับซ้อน ทำสำนวนเสร็จแล้วกว่า 9 หมื่นหน้า

28.04.26 | 15:07 น.

‘แสวง’ ยันระบบ กกต.เข้มแข็ง ไม่มีใครแทรกแซงได้ บอกคดีฮั้ว ส.ว. เป็นคดีลักษณะพิเศษ ทำสำนวนเสร็จแล้วกว่า 9 หมื่นหน้า รอเสนอ กกต.ใหญ่พิจารณา

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่รัฐสภา ที่ประชุมวุฒิสภา มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 โดยมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาชี้แจง

นายแสวงชี้แจงว่า การเลือกตั้งคือการแข่งขันที่ต้องให้ความสำคัญกับกติกา ซึ่งหลักการของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หมายถึง การเลือกตั้งที่ประชาชนเป็นผู้เลือก ดังนั้น ผลการเลือกตั้งคือผลที่มาจากพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งและประชาชนนที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ส่วน กกต.เป็นผู้ออกแบบการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม ดังนั้น การเลือกตั้งดีหรือไม่ดีต้องรับผิดชอบร่วมกัน

“หลักการจัดการเลือกตั้ง กกต.ยืนยันว่าได้ออกแบบระบบที่เข้มแข็ง อำนวยความสะดวกให้เรียบร้อย คำนึงถึงความโปร่งใส อย่างไรก็ดี ในประเด็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในชั้นศาล ผมไม่ขอก้าวล่วง และผมขอไปชี้แจงที่ศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนที่บอกว่ามีความผิดพลาด 50% นั้น ข้อเท็จจริงคือผิดพลาด 50 แห่งจาก 1 แสนหน่วย ทั้งนี้ ในวันเลือกตั้ง ประชาชนเห็นอย่างไร กกต.ก็เห็นอย่างนั้น โดยวันเลือกตั้งไม่มีพนักงานของสำนักงาน กกต.เป็นเจ้าหน้าที่เลือกตั้งแม้แต่คนเดียว ส่วน กปน.คือประชาชนที่อาสาเข้ามา 1.6 แสนคน ส่วนประชาชนที่เลือกตั้ง 52 ล้านคน ดังนั้น การเลือกตั้งผู้สมัครและพรรคการเมืองทำร่วมกัน ขณะที่ กกต.ทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อย โปร่งใส ซึ่งขั้นตอนที่เกิดขึ้นอธิบายได้ว่าไม่มีความไม่โปร่งใสในสิ่งที่ทำ” นายแสวงกล่าว

นายแสวงกล่าวต่อว่า ส่วนความพยายามหรือการกระทำที่ทุจริตนั้นระบบตรวจสอบได้ ขณะที่การเลือกตั้ง กกต.คำนึงหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน มีประชาชน ผู้แทนพรรคการเมืองเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งได้ รวมถึงองค์กรเอกชนร่วมแสนคน ส่วนที่เกิดข้อผิดพลาดนั้นยืนยันว่าไม่เกิดจากระบบ เพราะตัวระบบแข็งแรง ไม่สามารถแทรกแซงการเลือกตั้งได้ ส่วนประเด็นที่มีคำถามว่า กกต.ฟ้องปิดปากประชาชน กกต.คำนึงถึงการใช้สิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ สิ่งที่กระทำไปแยกระหว่างคนทำผิดกับการใช้สิทธิเสรีภาพ ดังนั้น เมื่อมีคนที่ไม่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ กกต.มีหน้าที่ปกป้องให้การเลือกตั้งเรียบร้อย

Advertisement

นายแสวงชี้แจงต่อว่า การทำสำนวนของ กกต.มีเวลาเร่งรัดทุกสำนวนให้เสร็จภายใน 1 ปี แต่มีคดีที่ต้องใช้เวลาเกิน เพราะมีสำนวนที่เป็นลักษณะพิเศษ มีความซับซ้อน ต้องนำคำร้องทุกคำร้องที่มีผู้ร้องเป็นรายกรณีมารวมในคำร้อง ดังนั้น จึงมีเอกสารพยานหลักฐานมากเกือบ 9 หมื่นหน้า ขณะนี้อยู่ในชั้นเสนอ กกต.พิจารณา

“กกต.ได้เร่งรัดสอบสวนทุกสำนวนและนอกจากเร็ว ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องด้วย คดีเลือกตั้งไม่เหมือนคดีทั่วไปหรืออาญาที่มีประจักษ์พยานชัดเจน แต่คดีเลือกตั้งบางครั้งในการข่าว พอทราบว่าอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งที่นำไปสู่ชั้นศาลต้องมีพยานหลักฐาน รับฟังพยานจนปราศจากข้อสงสัย” นายแสวงชี้แจง

นายแสวงยังชี้แจงประเด็นการออกเสียงประชามติว่า หลังจากได้ผลแล้วเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดำเนินการ โดยประชาชนและสภาต้อตรวจสอบรัฐบาลเอง เพราะไม่อยู่ในอำนาจ กกต.ที่มีอำนาจแค่จัดการอกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยเรียบร้อย