ครม.เคาะค่าไฟ ดันสูตร 200 หน่วยแรก 3 บ. ‘เอกนัฏ’ ยันถูกลง10-20% ให้กองทุนน้ำมันกู้ 2 หมื่นล. อนุทินปธ.บอร์ดเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าครม.รับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน เป็นประธานคณะกรรมการ รองประธาน ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ทั้ง 7 คน ได้แก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ,.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ,นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ,นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ,นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ครม. มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กู้ยืมเงินวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และให้กองทุนดำเนินการกู้เงินได้เมื่อ ครม.อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะด้วยแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือน กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ปริมาณเชื้อเพลิงในตลาดโลกลดลง และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศไทยและค่าครองชีพของประชาชนโดยมีแผนการใช้จ่ายเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือน มิถุนายน -สิงหาคม 2569 และมีแผนชำระหนี้เงินกู้ ในช่วงเดือน กรกฎาคม 2571-สิงหาคม 2574
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ครม.พิจารณาวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรเทาจะความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงพัฒนาประสิทธิภาพลดการนำเข้าพลังงาน ครม.เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ดำเนินการตามวาระแห่งชาติด้านพลังงาน โดยเป็นการดูแลประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยในรอบบิลเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนประมาณ 20 ล้านครัวเรือน
ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ครั้งนี้ เฉพาะสำหรับครัวเรือนของประชาชน ไม่เกี่ยวกับกิจการหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือผู้ใช้ไฟที่เป็นเกษตรกร และไม่เกี่ยวกับผู้ที่ใช้อัตราค่าไฟ แบบมิเตอร์ทีโอยู โดยคำนวณแล้วมีทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือน โดยการคำนวน 200 หน่วยแรก จะได้ทุกคน
เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนยังสับสนว่า สำหรับผู้ใช้ 400 หน่วยขึ้นไป ต้องจ่าย 5 บาททั้งหมด นายเอกนัฏ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ใช่ ค่าเฉลี่ยค่าไฟในปัจจุบัน ราคา 3.88 บาท คิดคำนวณเหมือนภาษีขั้นบันได ซึ่งในการปรับโครงสร้าง เมื่อใช้เกิน 200 หน่วย ก็จะได้ประโยชน์จากการใช้ไฟ สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟใน 200 หน่วยแรก จะได้ประโยชน์เต็มๆ และค่าไฟจะลดลง 20% ส่วนผู้ที่ใช้เกิน 200 หน่วย จะได้อานิสงส์จาก 200 หน่วยแรก ซึ่งจะถูกลง 10%

