นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงกรณี ร.ฟ.ท.จ่อซื้อหัวรถจักรโดยวิธีพิเศษ ระบุว่า
การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ประกาศประกวดราคาซื้อรถจักรดีเซลไฟฟ้า น้ำหนักกดเพลา 16 ตัน/เพลา จำนวน 50 คัน มูลค่า 6,151 ล้านบาท ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-auction) โดยเปิดขายเอกสารประกวดราคาระหว่างวันที่ 1-30 ธันวาคม 2558 ชุดละ 300,000 บาท ยื่นเอกสารประกวดราคาวันที่ 29 มกราคม 2559 ทั้งนี้ รฟท.จะแจ้งผลการคัดเลือกเบื้องต้นในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 หลังจากนั้นจะให้บริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นเสนอราคาโดยวิธี e-auction
ปรากฏว่ามีบริษัทที่สนใจเข้าซื้อเอกสารประกวดราคาถึง 14 บริษัท จากหลายประเทศอันประกอบด้วยเยอรมนี สเปน แอฟริกา จีน อินเดีย และไทย แต่มีเพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่ยื่นซองประกวดราคา ซึ่งเป็นบริษัทที่เคยขายหัวรถจักร จำนวน 20 คัน น้ำหนักกดเพลา 20 ตัน/เพลา ให้ ร.ฟ.ท. แต่ในระหว่างการทดสอบปรากฏว่าหัวรถจักรคันหนึ่งมีปัญหา เนื่องจากเกิดการปะทุของขดลวดภายในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ตามที่มีข่าวว่าไฟไหม้หัวรถจักรเมื่อปีที่แล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม มีความพยายามที่จะผลักดันให้เดินหน้าเจรจาต่อรองกับบริษัทที่ยื่นซองเพียงรายเดียวโดยไม่มีการแข่งขันราคา นับเป็นการประมูลโดยวิธีพิเศษ นั่นคือเจรจาโดยตรงกับบริษัทที่ ร.ฟ.ท.ต้องการจัดซื้อ ซึ่งจะทำให้ ร.ฟ.ท.สูญเสียผลประโยชน์ กล่าวคืออาจไม่ได้หัวรถจักรที่มีคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเรียกร้องให้ รมว.คมนาคม ลงมือตรวจสอบข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง หรือทีโออาร์อย่างจริงจังว่ามีการล็อกสเปกหรือไม่ และเหตุใดการประมูลหัวรถจักรครั้งนี้จึงมีผู้ยื่นซองเพียงรายเดียวเช่นเดียวกับการจัดซื้อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ จำนวน 7 ขบวนในปีที่แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่คืบหน้า แต่ได้มีความพยายามใช้วิธีพิเศษหลังจากมีบริษัทยื่นประมูลเพียงรายเดียวในราคาที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดซื้อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ของมาเลเซียที่ซื้อจากบริษัทเดียวกันด้วยสเปกที่ใกล้เคียงกัน
ผมคาดหวังมากว่า การประมูลงานในยุค คสช.จะดีขึ้น แต่ถ้าเป็นไปดังกล่าวข้างต้น ก็น่าเป็นห่วงมากครับ

