หน้าแรก การเมือง ศิริกัญญา ชำแ...

ศิริกัญญา ชำแหละมาตรการช่วยเหลือปชช. จี้รบ.เลิกแจกสุ่ม ฟันธง มิ.ย.นี้กู้เงินมาแจกแน่

29.04.26 | 12:38 น.

‘ศิริกัญญา’ ชำแหละมาตรการช่วยเหลือปชช. ชี้ งบน้อย-ล่าช้า-ตกหล่น จี้ ‘รัฐบาล’ เลิกแจกสุ่มแบบไทยช่วยไทยพลัส เตือนงบกลางเหลือไม่ถึง 2 หมื่นล้าน ฟันธง มิ.ย.นี้กู้เงินมาแจกแน่

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 เมษายน ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.เงา) ถึงมาตรการช่วยเหลือการเยียวยาผลกระทบจากพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตร ประมง และขนส่ง ว่า ใน ครม.นัดพิเศษได้มีการอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ค่อนข้างน้อย เพียงแค่ 3,000 ล้านบาท และพบปัญหาว่าล่าช้า น้อย และไม่ได้สัดส่วน รวมถึงตกหล่นอยู่มาก ซึ่งปัญหาของมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่ตอนนี้คือมาตรการช่วยเหลือค่าขนส่ง ที่เมื่อคำนวณออกมาแล้ว อุดหนุนตกน้ำมันลิตรละ 2 บาท จากการรับฟังความคิดเห็นภาคขนส่ง พบว่ามีปัญหาการลงทะเบียนที่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน และมีรถสาธารณะบางประเภทตกหล่น ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าจะมีความช่วยเหลือน้อยนิดมาก แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาเรื่องการตกหล่น ไม่ใช่เฉพาะแค่ภาคการขนส่ง แต่ยังมีเกษตรกรและชาวประมงที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจนถึงตอนนี้

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลจะออกมาตรการต่อไป กลับกลายเป็นการเยียวยาแบบใหม่ที่เรียกว่าไทยช่วยไทยพลัส แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือคนละครึ่งที่ไม่ใช่คนละครึ่งจริงๆ แล้ว แต่เป็น 60:40 และอีกส่วนคือเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมเติมเดือนละ 100 บาท เป็น 1,000 บาท ถือว่าได้สัดส่วนมากขึ้น แต่ในส่วนของคนละครึ่งนั้น เป็นการเยียวยาแบบสุ่ม คือใครมาก่อนได้ก่อน หรือใครลงทะเบียนได้ก็จะได้รับความช่วยเหลือนั้นไป เท่ากับว่าคนที่สมควรที่จะได้รับการเยียวยา หากลงทะเบียนไม่ทันหรือไม่ได้ ก็จะหมดสิทธิและไม่ได้โอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือ

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า ตนคิดว่าในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ถ้าอยากมุ่งเป้าจริง ไม่ควรใช้วิธีแจกแบบสุ่ม ควรแจกไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการช่วยเหลือไปเลย และเรายังคงคิดว่ามาตรการสำคัญที่ช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดกว่านี้คือการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งไม่ได้เรียกร้องว่าต้องลดหมดเลย แต่อาจจะปรับลดลงมา 1-2 บาท ก็น่าจะช่วยเหลือในภาพกว้างได้ ซึ่งมาตรการลักษณะนี้ได้รับความนิยมในหลายประเทศที่ใช้ช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าหรือต้นทุนต่างๆ เพิ่มขึ้นสูงเร็วเกินไป และจะเป็นภาระกับผู้บริโภค ส่วนเรื่องเม็ดเงินที่ต้องใช้สวัสดิการแบบสุ่มแบบนี้ต้องใช้สูงถึง 136,000 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้มีการช่วยเหลือแบบกะปริบกะปรอยอยู่เลย

Advertisement

“รัฐบาลน่าจะมีเงินก๊อกใหม่ที่เตรียมใช้เรียบร้อยแล้ว บนหน้าตักที่มีอยู่ตอนนี้ เฉพาะงบกลางเงินสำรองเหลืออยู่ไม่ถึง 20,000 ล้านบาท ถึงจะใช้ก๊อกสองเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน 50,000 ล้านบาท คงทำโครงการนี้ได้แค่เดือนเดียว ดังนั้น ไม่เกินเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม มีการกู้เงินแน่นอน และกู้เงินมาแจกแบบที่เกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น ถือเป็นข้อสังเกตที่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้น เพราะแหลงเงินอื่นน่าจะยังมาไม่ทัน ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบ น่าจะต้องใช้ระยะเวลาไปถึงปลายเดือนกรกฎาคม รวมถึงงบประมาณปี 2570 ก้อนใหม่ที่จะใช้ได้เดือนตุลาคม นอกจากนี้ เราจะติดตามมาตรการด้านการเงินที่รัฐบาลจะออกมา ว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จะมาเมื่อไหร่ อย่างไร” น.ส.ศิริกัญญากล่าว