หน้าแรก การเมือง อธิบดีฝนหลวง ...

อธิบดีฝนหลวง ยื่นลาออกแล้ว เล่ายิบมีสาย ขอดูเอกสารงบ ยันชัดนัดหมายที่วิภาวดี ไม่ใช่รัชดา

29.04.26 | 16:57 น.

ราเชน เปิดใจ ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ เล่ายิบมีสาย ขอดูเอกสารงบ’70 ยันชัดนัดหมายที่วิภาวดี ไม่ใช่รัชดา ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง พร้อมยินดีรับการตรวจสอบ มั่นใจความบริสุทธิ์

เมื่อเวลา 14:00 น.วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายราเชน ศิลปรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบิน ได้เดินทางเข้ามาเพื่อร่วมประชุมติดตามงบประมาณ เพื่อพิจารณาการจัดทำคำของบประมาณ พ.ศ.2570 ร่วมกับสำนักงบประมาณ และยื่นเอกสารลาออกจากราชการ

นายราเชน เปิดเผยว่า ตนมีความตั้งใจว่า จะลาออกจากราชการในวันที่ 7 สิงหาคมที่จะถึงนี้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นวันครบอายุ 60 ปี แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จึงตัดสินใจที่จะยื่นลาออกในวันนี้ และขอให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเกิดของลูกสาว สำหรับสาเหตุที่คาดว่าส่งผลกระทบให้ต้องย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นมองว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ และไม่ขยายความเพิ่มเติม เพราะเกรงจะกลายเป็นประเด็นบานปลาย

นายราเชน กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่สังคมถูกจับตามองหลังจากที่ตน เปิดเผยว่า มีบุคคลพยายามติดต่อเพื่อขอเข้าพบอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์เข้ามาหลายครั้งถึง 5–6 ครั้ง แต่เมื่อมีการนัดหมายกลับไม่มาตามนัด แต่กลับส่งบุคคลอื่นที่อ้างตัวเข้ามาพบแทน โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวระบุว่าจะเข้ามาคุยเรื่องซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน โดยระบุว่า ตนเองได้มีบันทึกการติดต่อและหลักฐานครบถ้วน พร้อมยืนยันมีการเรียกดู (ร่าง) เอกสารคำขอจัดทำงบประมาณปี พ.ศ.2570 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องนำไปให้ที่ อาคารย่านวิภาวดีไม่ใช่ย่านรัชดา

สำหรับประเด็นของงบประมาณซ่อมบำรุงอากาศยานปี 2570 นายราเชน ยืนยันว่า เป็นกระบวนการปกติของราชการ ทุกหน่วยต้องเสนอคำของบประมาณ โดยหน่วยงานมีอากาศยานกว่า 30 ลำ และมีงบซ่อมบำรุงปีละประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิต ซึ่งต้องดำเนินการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบ โปร่งใส และเปิดเผย

นายราเชน กล่าวว่า ส่วนข้อสังเกตถึงการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการก่อนเกษียณย้ำว่า เป็นนโยบายของผู้บริหาร ซึ่งทราบว่าเป็นการปรับปรุงตำแหน่งให้เหมาะสม โดยยืนยันว่าไม่ติดใจ และพร้อมปฏิบัติตามในฐานะข้าราชการมืออาชีพ ซึ่งการตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ย้ำว่าไม่ใช่เรื่องความผิดหรือความด่างพร้อยในชีวิตราชการ แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ยึดติดในตำแหน่ง อีกทั้งเป็นการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน รวมถึงเป็นโอกาสที่ตนเองจะได้กลับไปใช้เวลาอยู่ครอบครัว

Advertisement

นายราเชน กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า การโยกย้ายตำแหน่งในครั้งนี้เป็นเรื่องของการเมืองที่มาเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ตนเองเป็นข้าราชการที่เติบโตมาจาก ข้าราชการระดับปฏิบัติงานโดยใช้วุฒิ ปวส. จากนั้นก็ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี จากนั้นได้เติบโตในหน้าที่การงาน จนตำแหน่งรองอธิบดีและอธิบดีตามลำดับ ซึ่งได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากหลายพรรคการเมือง ซึ่งยืนยันว่าในฐานะข้าราชการมืออาชีพ หน้าที่คือการสนองนโยบายของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่ต้องอยู่ในกรอบของความถูกต้อง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมองว่า หากมีข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาใดๆ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทันที เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ แต่ในทางกลับกัน หากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือไม่สามารถยืนอยู่บนหลักการได้ การลาออกคือทางเลือกที่ชัดเจนที่สุด

นายราเชน กล่าวว่า สำหรับข้อห่วงใยของการบริหารงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรนั้น ตอนนี้มีความห่วงใยโดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมลิตรละ 39 บาท เพิ่มเป็นกว่า 52–53 บาท ซึ่งได้รายงานไปแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบสนองที่ชัดเจน และมั่นใจว่า อธิบดีกรมฝนหลวงและเกษตรคนใหม่ที่จะเข้ามาเป็นคนรุ่นใหม่และเป็นคนดี ที่จะสามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างต่อเนื่อง

จากนั้น นายราเชน ได้เข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการที่กองกลาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกด้วย