รองโฆษกรัฐบาล โต้ “ภคมน” ยัน ไม่ได้ห้ามส่งออก ชี้ ราคายังอยู่ในเกณฑ์ดี
เมื่อวันที่ 29 เมษายน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ อภิปรายเกี่ยวกับการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันของรัฐบาลว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่บางประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงครบถ้วนในเชิงระบบ
- ราชกิจจาฯ ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักร 1 ปี เริ่ม 7 เม.ย.69
- ภคมน ฉะ ศุภจี ชิงสกัดส่งออก ทำปาล์มราคาร่วงหนัก ทั้งที่มีปั๊มเติม B20 ได้ไม่ถึง 1%
โดยเรื่องห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะมาตรการของรัฐบาลเป็นเพียงการกำกับดูแลผ่านระบบขออนุญาตส่งออกล่วงหน้า เพื่อบริหารสมดุลปริมาณในประเทศ ไม่ให้กระทบต่อการบริโภคและภาคพลังงาน ที่กำหนดเพดานการส่งออกไว้ที่ 2 แสนตัน และสามารถปรับตามสถานการณ์ได้ จึงไม่ใช่การปิดกั้นการส่งออกแต่อย่างใด ส่วนราคาที่ผันผวนเป็นผลจากกลไกตลาดโลก ไม่ใช่ผลจากมาตรการของรัฐ เมื่อราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดมาเลเซียอยู่ระดับใกล้เคียงกับประเทศไทย ทำให้แรงจูงใจในการส่งออกลดลงตามภาวะตลาด ขณะที่นโยบายสนับสนุนให้ใช้ B7 และ B20 จะช่วยดูดซับผลผลิตปาล์มน้ำมันเข้าสู่ภาคพลังงาน โดยปริมาณเพิ่มจากประมาณ 70,000 ตันต่อเดือน เป็น 120,000-140,000 ตันต่อเดือน ซึ่งการขยายการใช้ B20 ต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งความพร้อมของระบบสถานีบริการและเครื่องยนต์ การเตรียมอุปทานล่วงหน้าจึงเป็นการบริหารจัดการเชิงรุก ไม่ใช่ข้อจำกัดตามที่มีการตั้งข้อสังเกต
“ภาพรวมราคาปาล์มน้ำมันในปี 2569 อยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน ราคาผลปาล์มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.15 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนว่ามาตรการบริหารจัดการของรัฐบาล ยังคงช่วยรักษาเสถียรภาพราคาได้ รวมถึงมีการตรวจสอบลานเทและโรงสกัดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร หากพบการเอาเปรียบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด”
นางสาวลลิดากล่าวว่า การพัฒนาประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ฝ่ายค้านมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ ท้วงติง และเสนอแนะ รัฐบาลพร้อมรับฟังอย่างสร้างสรรค์ แต่การอภิปรายควรตั้งอยู่บนข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ที่ผ่านมาประเทศไทยเสียโอกาสจากการคัดค้านที่ตั้งอยู่บนข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือการตีความที่คลาดเคลื่อน จึงเห็นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ซึ่งการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน เป็นเรื่องที่ต้องมองทั้งระบบ ทั้งตลาดโลก พลังงาน และรายได้เกษตรกร ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ

