ภาคประชาชนบุกสภาฯ จี้ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ลั่น ไม่เอาฉบับฟอกเขียว “พิมพ์ภัทรา” ยัน นำร่างกลับเข้าสภาทัน 12 พ.ค. แน่นอน ประสาน ครม.แล้ว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 เมษายน ที่รัฐสภา เครือข่ายภาคประชาชนด้านอากาศสะอาด เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่าและติดตามปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมี นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.ภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ. เป็นตัวแทนรับหนังสือ
ตัวแทนเครือข่าวภาคประชาชน กล่าวว่า เรารู้สึกเป็นห่วงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในฐานะที่เป็นวิกฤตของสังคมและเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เวลานี้เราเป็นห่วงว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในรัฐสภาจะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ทั้งที่กลุ่มเปราะบางกำลังเดือดร้อน ในฐานะที่ กมธ.กำลังจะเริ่มงาน เรามีความหวังอยากให้มองไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด จะเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เราไม่อยากให้แก้ที่ปลายทางแล้ววนกลับมาใหม่ ตั้ง กมธ.หลายชุดแล้วทำงานวนลูปเรื่อยๆ
“ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน ขอให้ท่านสนับสนุนประคับประคองร่าง พ.ร.บ.ฉบับที่ใช่ ไม่ใช่มีแค่หน้าปก เนื้อข้างในไม่มีอะไร เราไม่เอาฉบับฟอกเขียว”
ด้าน น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ตนในนามของ กมธ. และสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีทิศทางแนวโน้มที่ดี เพราะนายกรัฐมนตรีระบุว่า อากาศสะอาดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ต้องได้รับ และที่สำคัญ พ.ร.บ.อากาศสะอาด เดินหน้าไปมากแล้ว วันนี้ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ แต่เมื่อเริ่มไปแล้ว ทุกองค์กรกังวลเรื่องของเวลา
ดังนั้นตนได้ประสานงานพูดคุยกับ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) เพื่อให้ประสานกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการนำ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้กลับมาทันเวลาแล้ว ดังนั้นขอให้คลายความกังวล ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องทำให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน
น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการก่อเหตุไฟป่า ดังนั้นขอให้ทุกองค์กรมั่นใจว่า เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล
เมื่อถามว่า หาก พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไม่สามารถที่จะยืนยันเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 12 พ.ค.นี้ได้ จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะขณะนี้เหมือนการสื่อสารโยนกันไปมา น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ไม่มีการโยนกันไปมา เพราะนายกรัฐมนตรี มีดำริว่าต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องด่วน และตนได้สอบถามไปยังวิปรัฐบาลและครม.แล้ว ยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้เสร็จ
เมื่อถามย้ำ จะทันใช่หรือไม่ น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า คุยกับทุกฝ่ายแล้ว เรื่องนี้จะเดินหน้าต่อ
จากนั้นเวลา 09.30 น. เครือข่ายภาคประชาชนด้านอากาศสะอาด ยื่นหนังสือกับ ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน โดยมีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประขาชน เป็นตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านรับยื่น
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราพร้อมทำเต็มที่ ใช้กลไกเพื่อให้ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ค้างอยู่ในสภาฯชุดที่แล้วไปต่อและบังคับใช้ในประเทศนี้ได้
โดยขั้นตอนการทำให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดไปต่อ มี 2 ขั้นตอนใหญ่ คือขั้นตอนแรก ครม.จะต้องมีมติยืนยันให้ร่างได้ไปต่อก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ หรือ 60 วันหลังจากมีการประชุมสภาฯ นัดแรก ซึ่งฝ่ายค้านจะติดตามตรวจสอบมติ ครม.อย่างใกล้ชิด เข้าใจว่า ครม.จะมีมติในการประชุมวันที่ 5 พ.ค.69
ทั้งนี้ ฝ่ายค้านได้เซ็นหนังสือเชิญตัวแทนสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมคู่ขนานกับวิปฝ่ายค้านในเช้าวันดังกล่าว หากร่างฉบับใดที่ ครม.มีมติ เราเห็นด้วยก็พร้อมสนับสนุน แต่หากไม่มีมติยืนยันออกมาในวันที่ 5 พ.ค.นี้ เราจะได้ซักถามเหตุผลในที่ประชุม เสนอแนะกลับไปให้ทบทวน และมีมติก่อนวันที่ 12 พ.ค.69
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หาก ครม.มีมติยืนยันก็จะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมของรัฐสภา เราต้องการ 350 เสียง หากพรรคร่วมรัฐบาลมีมติเห็นชอบให้กฎหมายดังกล่าวไปต่อได้ อย่างไรก็มีเสียงเพียงพอแน่นอน หวังว่าการตัดสินใจของรัฐบาลจะนึกถึงสุขภาพและปอดของประชาชนคนไทยทุกคน เพราะการไม่ได้ไปต่อจะไม่เป็นผลดีเหมือนทิ้งงานที่หลายฝ่ายผลักดันร่วมมาหลายปี โยนทิ้งรายชื่อของประชาชน 26,500 รายชื่อ หวังว่ารัฐบาลจะไม่ตัดสินใจเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม หากประกาศบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดแล้ว ภารกิจของเราก็ยังไม่เสร็จสิ้น เราอยากเห็นรัฐบาลใช้เครื่องมือจากร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อเตรียมการรับมือในฤดูถัดไป อย่าปล่อยให้วัวหายล้อมคอก แต่ต้องใช้เครื่องมือในการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น ทั้งเรื่องการจัดสรรงบประมาณ และการลดต้นตอของฝุ่น PM 2.5 ทั้งหมดเป็นคำสัญญาของพรรคฝ่ายค้านที่จะร่วมผลักดันให้กับประชาชน
ด้าน ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า อากาศสะอาดเป็นเรื่องสำคัญ หากเราอยู่เฉย ๆ คงไม่หายไปแน่นอน การลงมือทำจะต้องเปลี่ยนแปลงทั้งกระบวนการทำงานและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อจำกัดการปล่อยฝุ่นตั้งแต่ต้น ฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าจะต้องมีการผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดไปต่อ เพราะปัญหาไม่ใช่แค่ฝุ่นเชิงกายภาพ แต่เป็นอนาคตความมั่นคงของมนุษย์และสุขภาพที่ส่งผลถึงความมั่นคงของเศรษฐกิจด้วย

