หน้าแรก การเมือง อนุทิน เรียกท...

อนุทิน เรียกทีมศก.เช็กความพร้อม ไทยช่วยไทยพลัส ภราดร คาดครอบคลุมกว่า 30 ล้านคน

30.04.26 | 12:16 น.

‘นายกฯ’ เรียกทีมเศรษฐกิจเช็กความพร้อม ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ขณะที่ ‘ภราดร’ คาดครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 30 ล้านคน ชี้อาจมีมาตรการเพิ่มจากกระทรวงอื่นด้วย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล หลังจากเสร็จสิ้นเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทันทีที่มาถึงนายกฯ ได้ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยได้เชิญ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผอ.สำนักงบประมาณ เข้าหารือ

โดยก่อนการประชุม นายภราดรเปิดเผยว่า วันนี้ (30 เม.ย.) นายกฯเรียกทีมเศรษฐกิจเข้าหารือเรื่องโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเตรียมความพร้อม และอยากให้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็ว ขณะนี้การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานต้องดูจากกระทรวงการคลังเป็นหลัก เพราะเป็นฝ่ายออกแนวทาง และนโยบาย แต่ก็ต้องดูจากกระทรวงอื่นด้วยว่าจะมีการเยียวยาในส่วนอื่นอย่างไร เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายภราดรกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติได้ประกาศว่าโครงการไทยช่วยไทย หรือคนละครึ่งพลัส จะเริ่มได้วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยจะครอบคลุมหลายโครงการ มีกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 30 ล้านคน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน อีกส่วนคือประชาชนทั่วไป ตอนนี้กำลังดูตัวเลขว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งสองส่วนรวมกันจะเกิน 30 ล้านคน ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นายภราดรกล่าวว่า วันนี้จะขอความชัดเจนจากนายกฯ ว่าจะมีการเรียกประชุมในวันจันทร์ที่ 4 พ.ค.หรือไม่ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมทีมเศรษฐกิจในวันนี้ นอกจากจะมีการหารือเรื่องโครงการไทยช่วยไทยพลัส คาดว่าจะพูดคุยถึงภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ หลังจากที่หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับลดจีดีพีปีนี้ลงอยู่ที่ 1.5 ถึง 1.6% จากเดิมประมาณ 2% เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการสู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมกับติดตามความคืบหน้าการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2026 (2026 Annual Meetings of the IMF-World Bank Group) ช่วงเดือน ต.ค.นี้

Advertisement

ขณะที่ เวลา 15.30 น. นายกฯจะเป็นประธานการแถลงข่าวผลการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทุจริตสวมตัว แปลงสัญชาติ และบ่อนการพนันผิดกฎหมาย