หมอสุภัทร กังวลแลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้าน เสี่ยงทุจริตเชิงนโยบาย-ทำลายวิถีชีวิตและความสมบูรณ์ของพื้นที่อันดามัน
เมื่อวันที่ 30 เมษายน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนในภาคใต้ ให้ความเห็นกรณีการประกาศเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่า 1 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าภาคประชาชนในพื้นที่มีความกังวล 2 ประเด็น 1.เรื่องการทุจริตเชิงนโยบาย หมายความว่า สร้างแล้วความคุ้มค่าจะมีจริงหรือไม่ เพราะการสร้างโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เงินภาษีของประชาชนจำนวนมากท่ามกลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ภาษีที่มีจำกัด ถ้านำภาษีส่วนหนึ่งมาสร้างรถไฟ ท่าเรือ แล้วไม่มีการใช้ที่คุ้มค่าถือว่าเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย และยังกังวลเรื่องของการมีเปอร์เซ็นต์เงินใต้โต๊ะ เป็นความกังวลของภาคประชาชนที่ไม่ไว้ใจต่อโครงสร้างของรัฐบาลปัจจุบัน
นพ.สุภัทรกล่าวว่า ความกังวลที่ 2 คือเรื่องของการทำลายวิถีชีวิตความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ โดยเฉพาะชุมพรระนอง และท้องทะเล ปะการัง แหล่งดำน้ำ เกาะต่างๆ รวมถึงบนฝั่ง ซึ่งมีทั้งทุเรียนที่พะโต๊ะ หลังสวนเรื่องป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่ระนอง เรื่องการเป็นมรดกโลกของอันดามัน ซึ่งไทยเราได้ขับเคลื่อนในการขอให้อันดามันตลอดแนวระนองจนถึงสตูลเป็นมรดกโลกอยู่แล้ว อันนี้จะทำให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของอันดามันจะดีขึ้นมาก ถ้าเราได้เป็นมรดกโลก
นพ.สุภัทรกล่าวต่อว่า หากพูดกันถึงเม็ดเงินที่จะเข้ามาในประเทศ เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเข้ามาด้วยอุตสาหกรรม เพราะสิ่งที่แลกมาไม่คุ้มค่า แต่หากรัฐบาลยืนยันว่าจะใช้เงิน 1 ล้านล้านบาทในการพัฒนาประเทศโดยเน้นภาคใต้ก็ควรจะมาตั้งวงคุยคุยกันว่า 1 ล้านล้านบาทนั้นจะใช้ทำอะไร สามารถนำ 1 ล้านล้านบาทมาส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นระบบได้ ส่งเสริมการเกษตร การประมง เราทำได้หลายอย่างมากภายใต้ศักยภาพของอันดามัน ในขณะที่รัฐไม่เคยให้การสนับสนุน
นพ.สุภัทรกล่าวอีกว่า เมื่อถามถึงความคุ้มค่า โดยเฉพาะในประเด็นท่าเรือนั้น ท่าเรือที่ดีไซน์คือท่าเรือระนอง คือยกขึ้นจากท่าเรือเพื่อกองบนฝั่ง ยกขึ้นจากฝั่งเพื่อมาขึ้นรถไฟวิ่ง 90 กม. ไปอีกท่าเรือชุมพรแล้วยกจากท่าเรือลงรถไฟ เรือลำหนึ่งมีตู้คอนเทนเนอร์ 10,000 ตู้รถไฟ 1 เที่ยว บรรทุกได้ 100 ตู้ แสดงว่าเรือลำนั้นต้องใช้รถไฟ 100 เที่ยว แล้วกี่วันจะเสร็จ ค่าใช้จ่ายซึ่งดูแล้วเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มีความคุ้มค่าน้อยทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการลงทุน จึงไม่น่าเป็นไปได้

