‘ปกรณ์วุฒิ’ ฟาด ป.ป.ช. เข้าใจหน้าที่ตัวเองผิดชี้ เป็นอำนาจศาลพิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย จี้ เปิดหลักฐานตีตกคำร้องปมซุกหุ้น ‘ศักดิ์สยาม’ ขู่ บุก ป.ป.ช. หากอาทิตย์หน้ายังไม่เห็นข้อมูล
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 30 เมษายน ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตีตกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยามชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นคำร้องที่พรรคประชาชนได้ยื่นในสมัยที่แล้ว ว่า ป.ป.ช. ให้เหตุผลว่ามีการโอนหุ้นทางบัญชีอย่างถูกต้อง และหลังจากที่ศาลมีคำวินิจฉัยนายศักดิ์สยามได้ปรับปรุงบัญชีทรัพย์สิน และฟ้องคดีนาย ส. ซึ่งเป็นนอมินีในการถือหุ้น โดยขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. พิสูจน์ เจตนาของนายศักดิ์สยามในการยื่นบัญชีทรัพย์สินก่อนปี 2562 ว่าก่อนหน้านี้มีเจตนาที่จะปกปิดทรัพย์สินหรือไม่ โดยเหตุการณ์หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุการณ์ก่อนปี 62 นายศักดิ์สยาม มีเจตนาปิดบังหรือไม่ ทั้งนี้ คำชี้แจงของ ป.ป.ช. พยายามอ้างมาตรฐานการพิสูจน์ทางอาญา หากจะชี้มูลต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า สิ้นสงสัยว่ามีเจตนาทุจริต
“ผมคิดว่า ป.ป.ช. มีการเข้าใจผิดในการทำหน้าที่ของตัวเอง ในกระบวนการยุติธรรมผู้ที่ต้องพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัยทางคดีอาญาคือศาล ไม่ใช่ ป.ป.ช.” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ในคดีนี้ ป.ป.ช.ต้องทำหน้าที่เหมือนเป็นตำรวจหรืออัยการ หากเห็นว่ามีมูลต้องชี้มูลแล้วให้ศาลเป็นผู้ตัดสินว่านายศักดิ์สยามมีความผิดหรือไม่ ไม่ใช่ใช้มาตรฐานนี้ในชั้น ป.ป.ช. ซึ่งถ้าหากใช้มาตรฐานนี้สงสัยว่าหลักฐานสงสัยว่าหลักฐานที่ปรากฏในศาลรัฐธรรมนูญ หลักฐานการเงินในการโอนหุ้นของหจก.บุรีเจริญฯ ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าต้นเงินมาจากนายศักดิ์สยามและปลายทางอยู่ที่ นาย ส. ที่ถูกกล่าวหาเป็นนอมินี ป.ป.ช. ได้พิสูจน์หลักฐานนี้หรือไม่ และให้เหตุผลอะไรที่บอกว่าหลักฐานเหล่านี้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีเจตนา ไม่มีมูลในการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เปิดเผยเอกสาร ซึ่งประกอบไปด้วย รายงานแสวงหาข้อเท็จจริง และรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดในคดีนี้ ความเห็นของพนักงาน ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบทุกคน และ รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะศาลปกครอง ได้พิพากษาว่าเมื่อคดีจบแล้วเอกสารนั้นไม่ได้อยู่ในชั้นความลับอีกต่อไป ป.ป.ช. มีหน้าที่ต้องเปิดเผย ซึ่งเคยมีบรรทัดฐานเรื่องนี้ไปแล้ว หากไม่เปิดเผยข้อมูลก็จะมีการลงโทษ จึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เปิดเผยเอกสารเหล่านี้ต่อสาธารณะ หากป.ป.ช. ยังไม่เปิดเผย ภายในสัปดาห์หน้าตนจะเดินทางไปที่สำนักงานป.ป.ช. เพื่อยื่นเอกสารขอให้เปิดเผยหลักฐานทั้งหมด
เมื่อถามถึง ความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อที่ร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อร่างคำร้องและยื่นต่อประธานรัฐสภา ซึ่งรายชื่อคาดว่าไม่มีปัญหา คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการยื่นต่อประธานรัฐสภา ทั้งนี้ถ้าหากได้เห็นเอกสารหลักฐาน สำนวนคดีของนายศักดิ์สยามทั้งหมดก็จะเป็นประโยชน์ในการเขียนคำร้อง
เมื่อถามว่า กรณีเข้าชื่อเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 236 เพื่อตัดการใช้ดุลพินิจของประธานสภาฯ จะรายชื่อร่วมกันในครั้งนี้เลยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ใช้คนละส่วนกัน อย่างไรก็ตาม การเข้าชื่อเสนอแก้ไขในกรณีดังกล่าว แค่เสียงสส.ของพรรคประชาชน ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ มีการแสดงเจตจำนงเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า การประชุมวิปฝ่ายค้าน ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยจึงไม่แน่ใจว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ด้วยแล้วหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายปกรณ์วุฒิ แถลงข่าว พบว่า มี สส.พรรคภูมิใจไทย 2 คน มายืนรับฟังการแถลงข่าวตั้งแต่ต้นจนจบการแถลงข่าว ซึ่งคาดว่าจะมีการบันทึกเสียงด้วย

